หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

ท่าเรือ Rotterdam ใช้สะพานลอยทำจากคอมโพสิตชีวภาพ
2017-07-24

ในการแสวงหาทางเลือกที่คงทนและยั่งยืนแทนสะพานลอยทำด้วยเหล็ก ท่าเรือ Rotterdam ได้เคยติดต่อบริษัท Fibercore Europe ผู้เชี่ยวชาญด้นคอมโพสิตของเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่ปี 2010 และในปีนี้ สะพานลอยทำจากคอมโพสิตโพลิเมอร์ชีวภาพใหม่ 14 สะพาน ผลิตโดย FiberCore จะติดตั้งที่ท่าเรือ Rotterdam ทำให้มีสะพานลอยทั้งหมด 22 สะพาน

Simon de Jong ผู้ก่อตั้งบริษัท FiberCore Europe ตั้งอยู่ที่เมือง Rotterdam กล่าวว่า สะพานเหล็กจะต้องย้ายออกไป หลังจากอยู่มา 25 ปี เพื่อทำการซ่อมแซมและทาสีใหม่ นอกจากนี้ จะต้องติดตามความสึกหรอที่อาจเกิดหลังการทาสีใหม่ เพื่อป้องกันการสึกกร่อน (สนิม) หลังจากซ่อมแซมและติดตั้งใหม่แล้ว สะพานจะอยู่ได้อีก 25 ปี แต่หลังจากนั้น ความล้าของโลหะจะหมายถึงจุดจบของการใช้งานที่มีประโยชน์ของสะพานเหล็ก และจะถูกนำไปเผา  

แต่สะพานที่สร้างโดย FiberCore ร่วมกับท่าเรือ Rotterdam และบริษัท Max Design ออกแบบโดยมีหลักประกันว่า สะพานจะมีอายุอย่างน้อย 100 ปี และไม่ต้องบำรุงรักษา ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2012 ได้มีการติดตั้งสะพานสองสะพานเป็นครั้งแรก

สะพานลอย ซึ่งออกแบบเป็นสะพานแบบโครง ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ทำจากไฟเบอร์กลาสและเรซิ่น เป็นต้น ร้อยละ 25 ของเรซิ่นดังกล่าวทำจากวัสดุชีวภาพ การพัฒนาทางเทคนิคไม่ได้หยุดยั้งแต่เพียงเท่านั้น Ed Hoogstad ผู้อำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ FiberCore Europe กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ เพิ่มสัดส่วนเรซิ่นชีวภาพได้ร้อยละ 45 โดยไม่มีผลต่อคุณสมบัติเชิงกลใดๆ 

Matthijs Tromp ผู้จัดการโครงการของการท่าเรือ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวสอดคล้องอย่างมากกับความต้องการที่ยั่งยืนของการท่าเรือ เพราะการท่าเรือกำลังลงทุนในนวัตกรรมที่มีความยั่งยืนในยุโรป ซึ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับบริษัทรายอื่นๆ 

De Jong กล่าวว่า ตั้งแต่ตั้งมาเมื่อปี 2008 บริษัท FiberCore สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้วยวิธีที่แตกต่าง บริษัทฯ สร้างสะพานโดยใช้คอมโพสิต ซึ่งเป็นทางเลือกแทนสะพานคอนกรีต ไม้ และเหล็ก เทคโนโลยีของบริษัทฯ มาจากอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และนำไปสู่เทคโนโลยี InfraCore ซึ่งจดสิทธิบัตรแล้ว   

ในการใช้เทคโนโลยี InfraCore ปัญหาที่เกิดจากรอยแตกจะหมดไป และถึงแม้ว่าตัวสะพานจะได้รับแรงเค้นเชิงกลจากภายนอก เช่น วัตถุน้ำหนักมากที่ตกลงบนสะพาน วัสดุก็จะยังคงความแข็งแรงของโครงสร้างเดิมไว้ได้ นอกจากนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ FiberCore ยังนำไปใช้สร้างประตูน้ำและสะพานทั่วไป

สะพานคอมโพสิตสะพานแรกของ FiberCore สำหรับการท่าเรือ ประกอบด้วยการใช้นวัตกรรม ซึ่งเห็นได้ขัดว่าแตกต่างจากสะพานเหล็ก กล่าวคือ ระบบเคเบิ้ลเบ็ดเสร็จ ระบบไฟเบ็ดเสร็จ และสีขาวใสที่ทำให้โครงสร้างเห็นเด่นชัด สำหรับเรือที่กำลังแล่นเข้ามา ซึ่งมีความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สะพานสร้างบนพื้นที่ท่าเรือเมื่อปี 2012 และทำการทดสอบเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม  Hoogstad เรียกว่า สะพาน ‘เสียบปลั๊กและเล่น’ กล่าวคือ มีโครงสร้างที่ง่ายต่อการติดตั้ง ซึ่งนอกจากจะมีอายุอย่างน้อยหนึ่งศตวรรษแล้ว ยังมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำมาก Tromp กล่าวว่า อาจกล่าวได้ว่า การบำรุงรักษาอย่างเดียวที่ต้องทำบนสะพาน คือ การทำความสะอาดมูลนก และการเปลี่ยนหลอดไฟ LEDs เป็นครั้งคราว  

หลังจากทดสอบเป็นเวลาหนึ่งปี การท่าเรือต้องการพัฒนาสะพานลอยทำจากคอมโพสิตต่อไป โดยเพิ่มอายุการใช้งานอีก 1.5 เท่าของอายุเดิม ซึ่งการศึกษาแสดงว่า มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคและราคา  

อย่างไรก็ตาม Fibercore ต้องการพัฒนาให้ไกลไปอีกก้าวหนึ่ง โดยพัฒนากระบวนการสร้างสะพานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

Hoogstad กล่าวว่า ความจริงสะพานทำจากคอมโพสิตก็เป็นทางเลือก ‘สีเขียว’ แทนสะพานเหล็กอยู่แล้ว เพราะมีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการขนส่ง และยืดอายุการใช้งาน 

ปัจจุบัน สะพานคอมโพสิตมีปริมาณเรซิ่นชีวภาพร้อยละ 25 และสามารถเพิ่มเป็นร้อยละ 45 โดยไม่มีผลต่อคุณสมบัติเชิงกลใดๆ ในอนาคต 

ความยั่งยืนของวัสดุคอมโพสิตสามารถปรับปรุงได้ด้วยวิธีที่แตกต่างเช่นกัน โดยใช้บาซอลต์แทนส่วนประกอบไฟเบอร์กลาส 

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะต้องซื้อบาซอลต์ในปริมาณที่เพียงพอ เพราะเป็นวัตถุดิบที่ค่อนข้างจะแพง จึงต้องรอให้มีความต้องการมากพอ เช่น ชุดสะพาน 15 สะพาน เพื่อให้คุ้มค่ากับราคาของบาซอลต์

ที่มา: bioplasticsmagazine.com


Tag: #สถานการณ์อุตสาหกรรม #ก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์ #Bioplastics #เทคโนโลยี Bioplastics