หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

ความเคลื่อนไหวราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีวันที่ 2 – 6 กันยายน 2562
น้ำมันดิบ

ภาพรวมของวันที่ 2 – 6 กันยายน 2562 น้ำมันดิบปรับตัวลดลง

ราคาน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวที่กรอบ 53.94 – 56.40 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และเฉลี่ยอยู่ที่ 55.72 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวที่กรอบ 58.26 – 61.10 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และเฉลี่ยอยู่ที่ 59.93 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบ Dubai เคลื่อนไหวที่กรอบ 56.31 – 59.11 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และเฉลี่ยอยู่ที่ 57.54 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

ปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบ

(+) สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีทิศทางผ่อนคลายขึ้น หลังสหรัฐฯ และจีนเตรียมจัดประชุมร่วมกันเพื่อยุติข้อพิพาท
ทางการค้า โดยการประชุมจะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตันในช่วงต้นเดือน ต.ค. 62
(+) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศจะใช้นโยบายอย่างเหมาะสมที่สุดเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวต่อเนื่อง หลังจากที่เศรษฐกิจทั่วโลกเผชิญปัญหาจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ 

(-) ตลาดยังคงกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะยืดเยื้อและส่งผลกดดันต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันโลกหลังการเจรจาร่วมเมื่อเดือนที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าใดๆ แม้ว่าล่าสุดจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นเล็กน้อย
(-) CFO ของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง BP ออกมาให้ความเห็นว่าสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนจะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันในปี 2562 นี้ อาจขยายตัวต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือต่ำกว่าการขยายตัวในปี 2561 ที่ผ่านมา
(-) ดัชนีภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือน ส.ค. อยู่ที่ระดับ 47.0แม้ว่าเพิ่มขึ้นจากระดับ 46.5 ในเดือนก.ค. แต่ดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของยูโรโซนยังคงเผชิญภาวะหดตัว
(-) ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากกลุ่มโอเปก (OPEC) ในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ อยู่ที่ระดับ 29.61 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเพิ่มขึ้น 80,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค.

แนวโน้มสถานการณ์น้ำมันดิบ

(-) ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงตลาดนักลงทุนยังมีความงกังวลว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะยืดเยื้อและส่งผลกดดันต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันโลก แต่อย่างไรก็ตามยังคงได้แรงหนุนมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกรอบของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ราคาแนฟทา (European)

(+) ราคาแนฟธา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน อยู่ที่ 450 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน

ราคาเม็ดพลาสติกของไทย

ภาพรวมราคาเม็ดพลาสติกในสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างวันที่ 2 – 6 กันยายน 2562 มีราคาทรงตัว

(=) ราคาเม็ด HDPE (เกรดฟิล์ม) 41.50 บาท/กิโลกรัม
(=) ราคาเม็ด LDPE (เกรดฟิล์ม) 42 บาท/กิโลกรัม 
(=) ราคาเม็ด LLDPE (เกรดฟิล์ม) 38 บาท/กิโลกรัม
(=) ราคาเม็ด PET 41.50 บาท/กิโลกรัม
(=) ราคาเม็ด PP (เกรดฟิล์ม) 46.50 บาท/กิโลกรัม

แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติก : ทรงตัว


Tag: