หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

เทคโนโลยี Injection Printing ช่วยพัฒนาศักยภาพของการพิมพ์สามมิติ
2020-08-28

เทคนิคการพิมพ์สามมิติแบบใหม่ที่พัฒนาโดยนักวิจัยจาก University of Massachusetts (UMass) Lowell ได้นำเอาการฉีดขึ้นรูปเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มอัตราการผลิตของการพิมพ์สามมิติพร้อมกับเพิ่มความแข็งแรงและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ได้ ซึ่งอาจนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน ยานยนต์ หรืออวัยวะเทียมที่มีความทนทานเพิ่มมากขึ้น

ตลาดของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐและกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่ความท้าทายของเทคโนโลยีนี้อยู่ที่การผลิตวัตถุด้วยความเร็วสูงในขณะที่ยังคงรักษาความแข็งแรงและความถูกต้องของรูปทรงได้อยู่ ซึ่ง David Kazmer อาจารย์ด้านวิศวกรรมพลาสติกจาก UMass Lowell ผู้นำโครงการนี้ได้เรียกเทคโนโลยีใหม่นี้ว่า injection printing ซึ่งเป็นการรวมเอาการพิมพ์ส่วนพื้นผิวภายนอกด้วยความละเอียดสูงร่วมกับการใช้ injection molding สำหรับพื้นที่ส่วนด้านในขนาดใหญ่

“เราใช้ 3D printer เป็นเครื่องฉีดเพื่อเติมช่องว่างภายในตัวโพรงที่ผลิตจากการพิมพ์สามมิติให้เต็ม นั่นคือ เราใช้ส่วนภายในของชิ้นส่วนที่เราผลิตเป็นแม่พิมพ์ของตัวมันเอง ซึ่งกุญแจสำคัญคือการคำนวณตัวกำแพงให้ดีเพื่อให้ได้ชิ้นส่วนที่ไม่มีการบิดโค้งที่ไม่ต้องการ โดยต้องคำนึงถึงอัตราการไหล การเอียง และการถ่ายเทความร้อนเป็นอย่างดี” Kazmer กล่าว

พลาสติก thermoplastics ส่วนใหญ่ที่ใช้งานร่วมกับ fused filament fabrication (FFF) สามารถนำมาใช้ใน injection printing ได้ และนวัตกรรมใหม่นี้สามารถให้ความร้อนกับชิ้นส่วนมากขึ้นได้ซึ่งช่วยในการขึ้นรูปเมื่อเทียบกับ FFF “นี่หมายความว่าเรามีศักยภาพที่จะทำวัตถุให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยความเร็วในการพิมพ์ถูกจำกัดโดยความสามารถในการทำให้วัสดุละลายและการระบายความร้อนออกจากชิ้นส่วน โดยอัตราการไหลโดยทั่วไปอยู่ที่ 4 ลูกบาตรมิลลิเมตรต่อวินาที และเครื่องของเราสามารถทำได้ถึง 20 ลูกบาตรมิลลิเมตรต่อวินาที”



Tag: #ต่างประเทศ #เครื่องจักร กระบวนการผลิตและการออกแบบ #3D printing