หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

การระบาด COVID-19 ส่งผลให้ตลาด PPE โต 7% ต่อปีต่อเนื่องถึง 2026
2020-09-21

การระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกและการขาดวัคซีนที่ใช้ได้ทำให้การป้องกันการติดโรคจากคนสู่คนมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวข้องในแนวหน้า ด้วยเหตุนี้ ความต้องการอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลหรือ PPE ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีแนวโน้มลดลงในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้ ตลาด PPE ถูกประเมินว่ามีมูลค่าที่ 50 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 และจะเติบโตจนเป็น 80 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2026 คิดเป็นการเติบโตที่อัตรา 7% ต่อปี

PPE ทางการแพทย์ได้กลายเป็นของจำเป็นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกที่ต้องใกล้ชิดกับการคัดกรอง การทดสอบ และการรักษาผู้ป่วย ซึ่งการเติบโตของความต้องการนี้ได้ก่อให้เกิดช่องว่างใน supply chain และเกิดการขาดแคลน โดยราคาของหน้ากากอนามัยได้เพิ่มขึ้นกว่าหกเท่าในเดือนมีนาคม ในขณะที่หน้ากาก N95 ราคาเพิ่มขึ้นสามเท่า ซึ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้ถูกขอให้เพิ่มการผลิตขึ้นกว่า 40% เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และอื่น ๆ ทั้งนี้ ตลาด PPE ในยุโรปมีมูลค่าอยู่ที่ 10.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 16 พันล้านเหรียญในปี 2026 ในขณะที่ตลาด PPE ในอเมริกาเหนือจะเพิ่มขึ้นเป็น 30 พันล้านเหรียญภายในปี 2026

ความต้องการ PPE นี้นำไปสู่บทบาทที่สำคัญของพลาสติกที่ถูกนำไปใช้ในการผลิต รวมถึงการพิจารณาอีกครั้งเกี่ยวกับการใช้ถุงพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซึ่งทำให้หลายแห่งระงับหรือชะลอการแบนถุงพลาสติกออกไป และนำไปสู่โอกาสในการเติบโตของบริษัทพลาสติกหลายแห่ง โดยอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชนิดทั้งถุงเลือด เครื่องช่วยหายใจ ชุดผ่าตัด ถุงมือ และอื่น ๆ อีกมากถูกผลิตจากพลาสติก



Tag: #สถานการณ์อุตสาหกรรม #ต่างประเทศ #อุตสาหกรรมต่อเนื่อง #อุปกรณ์การแพทย์