หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเเพื่อชำระหนี้ (พักทรัพย์ พักหนี้)
Attachment File: article_210408.jpgn2764-02.jpg
โครงการ “พักทรัพย์ พักหนี้” ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักจากการระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะกลุ่มที่รายได้ขาดหาย ไม่พอชำระหนี้และค่าใช้จ่ายหมุนเวียนต่าง ๆ แต่ยังมีศักยภาพและมีความตั้งใจในการรักษาธุรกิจ ให้มีภาระหนี้ลดลงและสามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ผ่านกลไกการรับโอนสินทรัพย์หลักประกันเพื่อชำระหนี้ของสถาบันการเงิน พร้อมให้สิทธิผู้ประกอบธุรกิจในการซื้อทรัพย์คืนที่ราคาตีโอนบวกต้นทุนการดูแลทรัพย์ที่ต่ำมากและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นกรณีพิเศษ ดังนั้น คุณลักษณะขั้นต่ำของผู้ประกอบธุรกิจที่จะเข้าร่วมโครงการคือ ต้องมีวงเงินสินเชื่อเพื่อทำธุรกิจที่มีหลักประกันในการขอสินเชื่ออยู่กับสถาบันการเงิน

ผู้ประกอบการที่จะขอเข้ามาตรการนี้ ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

• บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียน มีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในประเทศไทย
 
• เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินนั้นอยู่แล้วก่อนวันที่ 1 มี.ค. 64 และไม่เป็น NPL ณ วันที่ 31 ธ.ค. 62

• ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน

• มีทรัพย์หลักประกันซึ่งผู้ประกอบธุรกิจได้นำมาเป็นหลักประกันตามกฎหมายกำหนดกับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ ณ วันที่ 28 ก.พ. 64


กลไกการโอนหลักประกัน อาจทำให้ผู้ประกอบธุรกิจเกิดความกังวลใจว่าถ้าเข้าร่วมโครงการจะต้องสูญเสียกิจการไปให้กับสถาบันการเงินหรือไม่ ผู้เขียนขอย้ำว่าเป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้ คือ การบรรเทาภาระทางการเงินให้ผู้ประกอบธุรกิจเบาตัวในช่วงที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง ดังนั้น จึงได้กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการกลับมาประกอบธุรกิจ เช่น การให้สิทธิในการซื้อทรัพย์คืนและเช่าทรัพย์ได้เป็นลำดับแรก โดยกำหนดราคาซื้อคืนให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับราคาที่ผู้ประกอบธุรกิจและสถาบันการเงินตกลงตีโอนกัน กล่าวคือ ขายเท่าไหร่ก็ซื้อคืนราคาใกล้ ๆ นั้น รวมถึง การคิดค่าเช่าก็ต้องคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของผู้ประกอบธุรกิจด้วย ซึ่งค่าเช่าที่จ่ายนี้จะถูกนำไปหักออกจากราคาซื้อคืนไม่ให้มีค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน 

อย่างไรก็ดี “พักทรัพย์ พักหนี้” เป็นโครงการภาคสมัครใจ การเข้าร่วมต้องเกิดจากการเจรจาตกลงร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจเองและสถาบันการเงิน ไม่สามารถบังคับกันได้ ซึ่งในสภาวะปกติผู้ประกอบธุรกิจที่มีความตั้งใจที่จะรักษาธุรกิจไว้ก็คงไม่เลือกวิธีโอนสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้ในการแก้ปัญหา ในขณะที่สถาบันการเงินเองก็คงอยากมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องมากกว่าที่จะต้องถือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ และต้องแบกรับภาระต้นทุนในการถือครองและค่าใช้จ่ายในดูแลรักษาและบริหารจัดการธุรกิจที่ไม่มีความถนัดเอาไว้ แต่เนื่องจากขณะนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องเข้ามาช่วยกันเต็มที่เพื่อให้ธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้และสามารถกลับมาจ้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศอีกครั้ง ภาครัฐจึงสนับสนุนสภาพคล่องดอกเบี้ย 0.01% วงเงิน 100,000 ล้านบาท ให้สถาบันการเงินกู้ยืมเพื่อไปหารายได้ชดเชยในช่วงเวลาถือครองทรัพย์ รวมถึงผ่อนปรนเกณฑ์กำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

โดยโครงการนี้ไม่ได้มีการจำกัดประเภทธุรกิจ ขนาดธุรกิจ และประเภทของหลักประกันที่สามารถโอนชำระหนี้ได้แต่อย่างใด แต่สถาบันการเงินอาจกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาหลักประกันเพิ่มเติม เช่น ต้องมีคุณภาพดี ไม่เสื่อมค่าเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่สถาบันการเงินจะต้องถือสินทรัพย์ไว้เป็นระยะเวลานานหลายปี และต้องแบกรับภาระต้นทุนต่าง ๆ กับความไม่แน่นอนที่ว่าผู้ประกอบธุรกิจจะซื้อสินทรัพย์กลับคืนหรือไม่ และมูลค่าสินทรัพย์ในอนาคตจะเป็นเท่าไหร่

สำหรับประโยชน์ที่ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับ คือ ได้ลดภาระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 – 5 ปี รู้ราคาซื้อคืนที่แน่นอน สามารถเช่าไปทำธุรกิจต่อได้ ไม่ถูกยึดหรือกดราคาขายให้กับกลุ่มทุน ได้ปิดภาระหนี้กับสถาบันการเงินทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องประวัติใน NCB หากหนี้กลายเป็นหนี้เสียในอนาคต อีกทั้ง ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีค่าธรรมเนียมจากการตีโอนอีกด้วย

ผู้ประกอบธุรกิจที่ติดขัดทางการเงินแต่ไม่เข้าข่ายที่จะเข้าตามมาตรการนี้ อาจพิจารณาทางเลือกอื่นร่วมกับสถาบันการเงินในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ตามกลไกปกติได้ เช่น ยืดเวลาชำระหนี้ ลดอัตราการผ่อนชำระ พักชำระหนี้เงินต้น แปลงหนี้เป็นทุน รวมถึงตีโอนทรัพย์เพื่อชำระหนี้ทั่วไป นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจกลุ่ม SMEs ที่สามารถประคับประคองกิจการและเริ่มปรับตัวมองไปข้างหน้า หากต้องการสินเชื่อหมุนเวียนหรือปรับรูปแบบธุรกิจก็สามารถขอรับความช่วยเหลือในส่วนของมาตรการ “สินเชื่อฟื้นฟู” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการทางการเงินใหม่เพื่อฟื้นฟูภาคธุรกิจในครั้งนี้ได้  




Tag: