หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard Measure)

มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard Measure: SG)

 

มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น เป็นมาตรการทางการค้าที่ประเทศผู้นำเข้าใช้ในการคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในที่ได้รับความเสียหาย หรือมีแนวโน้มที่จะได้รับความเสียหายจากการนำข้าที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่าปกติ เพื่อเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมภายในของประเทศดังกล่าวสามารถปรับตัวให้สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้

 

การใช้มาตรการ SG ของไทย

  1. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

-           ประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการกำหนดมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. 2542

-           ประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการกำหนดมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548

  1. ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาใช้มาตรการ SG

-           ปริมาณการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปริมาณเพิ่มขึ้นจริง  อย่างชัดเจน (Absolute Increased) หรือ ปริมาณเพิ่มขึ้นโดยเปรียบเทียบ (Relative Increased) ระหว่างปริมาณนำเข้ากับปริมาณการผลิตในประเทศ

-           การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลจากเหตุการณืที่ไม่อาจคาดการณืล่วงหน้าได้ (Unforeseen Development)

-           การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นนั้นก่อให้เกิดหรือคุกคามให้เกิด ความเสียหายอย่างร้ายแรง’ (Serious Injury or Threat thereof) ต่ออุตสาหกรรมภายใน ทั้งนี้ ปัจจัยหลักในการพิจารณาความเสียหายได้แก่

§         อัตราและปริมาณการเพิ่มขึ้นของสินค้านำเข้า

§         การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งตลาดในประเทศของสินค้านำเข้า

§         การเปลี่ยนแปลงระดับการขาย

§         การเปลี่ยนแปลงระดับการผลิต

§         การเปลี่ยนแปลงระดับการใช้กำลังการผลิต

§         การเปลี่ยนแปลงระดับกำไร/ขาดทุน

§         การเปลี่ยนแปลงระดับการจ้างงาน

§         ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

 

  1. ประเภทของมาตรการ Safeguards

3.1   Global Safeguards (SG) คือ

มาตรการ SG ภายใต้ความตกลงว่าด้วยมาตรการ SG ของ WTO และ Article X ของ GATT 1994 ที่ใช้บังคับกับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศโดยไม่คำนึงถึงแหล่งที่มาของสินค้า

3.2   Bilateral Safeguards หรือ Transitional Safeguards คือ

มาตรการ SG สองฝ่ายภายใต้ความตกลงการค้าเสรี หรือความตกลงสองฝ่ายอื่นๆ ซึ่งใช้บังคับกับสินค้านำเข้าเฉพาะจากประเทศคู่ภาคี และใช้กับสินค้าที่อยู่ในรายการสินค้าลด / เลิกอากรศุลกากรระหว่างกัน

3.3   Special Safeguards (SSG) คือ

§         มาตรการปกป้องพิเศษภายใต้ความตกลงเกษตรของ WTO ที่ใช้บังคับกับสินค้าเกษตรที่ผูกพันไว้กับ WTO ซึ่งนำเข้าจากทุกประเทศ

§         มาตรการปกป้องพิเศษ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีที่ใช้บังคับกับสินค้าที่มีความอ่อนไหว (sensitive) ที่ภาคี 2 ฝ่ายกำหนดร่วมกัน

  1. ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ใช้มาตรการ SG คือ

4.1 อุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน (Like product) หรือแข่งขันโดยตรง (directly competitive) กับสินค้านำเข้าที่ถูกพิจารณา (product under consideration) ซึ่งมีปริมาณการผลิตเป็นสัดส่วนใหญ่ (a major proportion) ของปริมาณการผลิตรวมทั้งประเทศ โดยอาจเป็นผู้ผลิตรายใหญ่รายเดียว หรือหลายรายที่มีผลผลิตรวมกันเป็นสัดส่วนใหญ่

4.2 หน่วยงานผู้มีอำนาจในการไต่สวน (กรมการค้าต่างประเทศ) เปิดไต่สวนเอง (กรณีที่ไม่มีการยื่นคำร้องขอของอุตสาหกรรมภายในตาม 4.1) หากกรมการค้าต่างประเทศเห็นว่ามีการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น และมีหลักฐานว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภายใน ซึ่งเป็นผลจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นนั้น

 

  1. ข้อกำหนดในการใช้มาตรการ SG

5.1 มาตรการ SG จะใช้บังคับกับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศโดยไม่คำนึงถึงแหล่งที่มาของสินค้า ซึ่งเป็นไปตามหลักการปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favored Nation: MFN) ยกเว้นมาตรการ Bilateral SG และ Special SG ภายใต้การค้าเสรี จะใช้บังคับเฉพาะสินค้าจากประเทศคู่ภาคี

5.2 ให้ใช้มาตรการ SG เท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันหรือบำบัดความเสียหาย และเพื่อให้อุตสาหกรรมภายในมีระยะเวลาในการปรับตัว

5.3 เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อ 5.2 อุตสาหกรรมภายในที่ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวน ต้องทำแผนการปรับตัวยื่นต่อกรมการค้าต่างประเทศภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันประกาศใช้มาตรการ SG

5.4 มาตรการ Global SG มีข้อยกว้นว่าไม่ให้ใช้มาตรการGlobal SG กับสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศกำลังพัฒนา ตราบเท่าที่ส่วนแบ่งการนำเข้าจากประเทศนั้น ไม่เกินร้อยละ 3 ของปริมาณการนำเข้าสินค้านั้นโดยรวม แต่ทั้งนี้สินค้าที่นำเข้าจากประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายที่มีส่วนแบ่งการนำเข้าไม่เกินร้อยละ 3 นั้น รวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 9 ของปริมาณการนำเข้าสินค้านั้นโดยรวม

 

  1. รูปแบบและระยะเวลาในการบังคับใช้มาตรการ SG

 

6.1 มาตรการปกป้องชั่วคราว (Provisional Measure)

หากพิจารณาในเบื้องต้นพบว่า การนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้ก่อให้เกิดความเสียหายและเป็นสถานการณ์วิกฤต ซึ่งหากดำเนินการล่าช้าจะก่อให้เกิดผลเสียหาย ยากต่อการแก้ไข ประเทศผู้ใช้มาตรการสามารถใช้มาตรการปกป้องชั่วคราวได้ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

-           มาตรการที่ใช้ควรอยู่ในรูปของการเพิ่มอากรขาเข้า เพื่อให้ง่ายต่อการคืนในกรณีที่ไต่สวนแล้วไม่พบความเสียหาย

-           ระยะเวลาที่ใช้ต้องไม่เกิน 200 วัน

-           หากผลการไต่สวนพบว่าการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย จะต้องคืนอากรที่เรียกเก็บเพิ่มให้แก่ผู้นำเข้า

6.2 มาตรการปกป้องทั่วไป (Global SG)

-           สามารถดำเนินการใช้มาตรการทางภาษี หรือจำกัดปริมาณการนำเข้า

-           ใช้บังคับได้ในระยะเวลาที่จำเป็น แต่ไม่เกินครั้งละ 4 ปีนับแต่วันประกาศบังคับใช้

-           กรณีจำเป็น สามารถขยายระยะเวลาการใช้มาตรการ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่บังคับใช้ทั้งหมดซึ่งรวมทั้งระยะเวลาที่บังคับใช้มาตรการชั่วคราวแล้วต้องไม่เกิน 10 ปี สำหรับประเทศกำลังพัฒนา และ 8 ปีสำหรับประเทศพัฒนาแล้ว

 

  1. ขั้นตอนและกระบวนการใช้มาตรการ SG

-           อุตสาหกรรมภายในยื่นคำร้องขอตามแบบที่กำหนดต่อกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้เปิดการไต่สวน

-           กรมการค้าต่างประเทศ พิจารณาคำร้องขอว่ามีมูลหรือไม่ หากมีมูลจะประกาศเปิดการไต่สวน โดยจะต้องแจ้ง WTO เพื่อแจ้งเวียนประเทศสมาชิกทราบ และแจ้งรัฐบาลประเทศ    ผู้ส่งออก รวมทั้งจัดส่งแบบสอบถามให้ผู้มีส่วนได้เสีย

-           กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการไต่สวนความเสียหาย โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 8 ปัจจัยที่กล่าวไว้ข้างต้น และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) และนำเสนอผลการไต่สวนต่อคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง (คปป.) เพื่อวินิจฉัย

-           คปป. วินิจฉัยผลการไต่สวนและนำเสนอ รมว. พาณิชย์พิจารณาเห็นชอบ

-           รมว. พาณิชย์พิจารณาคำวินิจฉัย หากเห็นชอบ กรมการค้าต่างประเทศจะออกประกาศบังคับใช้มาตรการ

 

การแก้ต่างเมื่อสินค้าไทยถูกประเทศคู่ค้าฟ้องภายใต้มาตรการ SG

 

            ในกรณีที่สินค้าจากไทยถูกปรเทศคู่ค้าไต่สวนเพื่อใช้มาตรการ SG กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งด้านไต่สวนประเทศคู่ค้าและแก้ต่างเมื่อถูกประเทศคู่ค้าไต่สวน จะร่วมกับผู้ส่งออกและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อกำหนดกลยุทธ์และแนวทางการแก้ต่าง และยกประเด็นต่อสู้ตามกระบวนการในแต่ละขั้นตอนของการไต่สวน

 

  1. การดำเนินการของประเทศที่ฟ้องสินค้าไทย

1.1   แจ้งประกาศเปิดไต่สวนพร้อมเหตุผลในการเปิดต่อ WTO เพื่อให้เวียนประเทศสมาชิกทราบ

1.2   มีหนังสือแจ้งการเปิดไต่สวนและแบบสอบถามมายังผู้ผลิต / ผู้ส่งออก (ที่ทราบ) โดยตรง

1.3   มีหนังสือแจ้งการเปิดไต่สวนไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศที่เปิดไต่สวน

 

  1. การแก้ต่างของผู้ส่งออก / ผู้ผลิต

2.1   ประสานกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือกำหนดกลยุทธ์ในการแก้ต่าง / ต่อสู้

2.2   รวบรวมข้อมูลปริมาณากรส่งออกและข้อมูลการนำเข้าสินค้าที่ถูกฟ้องของประเทศที่เปิดไต่สวนในเวลา 3-5 ปี (ตามระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการไต่สวน) เพื่อตรวจสอบว่าสินค้าไทยที่ถูกฟ้อง อยู่ในข่ายได้รับการยกเว้นจกการใช้มาตรการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่

2.3   รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตอบแบบสอบถาม และเตรยมบุคลากรในการตอบแบบสอบถามดังกล่าว

2.4   ตรวจสอบกรอบเวลาในการตอบแบบสอบถาม และการเข้าร่วมให้ข้อคิดเห็น เพื่อให้ทันระยะเวลาที่กำหนด

ที่มา: www.dft.moc.go.th


 



Tag: