หน้าหลัก
| ความเคลื่อนไหวของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีระหว่างวันที่ 19-23 กรกฎาคม 2553 |
/ความเคลื่อนไหวของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีระหว่างวันที่ 19-23 กรกฎาคม 2553 (3036)/PIU_Plastic_Weekly (2).jpg) | วัตถุดิบตั้งต้น
· ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับ จาก 73.01 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 73.13 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกา การที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนตัวลง รวมถึงรายงานปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ที่ลดต่ำลง
· ราคาแนฟธาตลาดเอเชียปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 29 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 653 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามราคาน้ำมันในตลาดที่ปรับเพิ่มขึ้น
โอเลฟินส์
· ราคาเอทิลีนยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากอุปทานสินค้าจากตะวันออกกลางที่เข้ามาจำนวนมาก ท่ามกลางปริมาณความต้องการของตลาดผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างซบเซา ราคาเอทิลีนเฉลี่ยที่ 808 เหรียญสหรัฐ/ตัน คงเดิมตามสัปดาห์ก่อน ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้นก็ตาม
· ราคา MEG (Mono Ethylene Glycol) ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 11 เหรียญสหรัฐ/ตัน มาเฉลี่ยที่ 706เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามตลาดจีนที่ปรับตัวดีขึ้น
· ราคา PE ทุกตัวค่อนข้างคงที่ เนื่องจากสต็อคสินค้ามีปริมาณมากประกอบกับอุปสงค์ในตลาดอยู่ในระดับต่ำ ราคา LDPE อยู่ที่ 1,225 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ LLDPE และ HDPE คงที่ๆ 1,070 เหรียญสหรัฐ/ตัน และ 1,035 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามลำดับ
· ราคาโพรพิลีนลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน 5 เหรียญสหรัฐ/ตัน เฉลี่ยที่ 970 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากความต้องการจากตลาดผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง PP และ PO มีน้อย
· ราคา PP ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน 5 เหรียญสหรัฐ/ตัน มาอยู่ที่ 1,180 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากสต๊อกสินค้ายังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความต้องการสินค้ามีน้อย ประกอบกับราคาวัตถุดิบโพรพิลีนปรับลดลง
อะโรมาติกส์
· ราคาเบนซีนปรับเพิ่มขึ้น 25 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 775 เหรียญสหรัฐ/ตัน มาอยู่ที่ 800เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามราคาน้ำมันและแนฟธาที่สูงขึ้น แต่ก็ยังมีความกังวลจากภาคธุรกิจในเรื่องสถานะหนี้ในแถบยุโรปรวมถึงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงความต้องการจากจีนที่ไม่สูง
· Styrene Monomer (SM) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปรับเพิ่มขึ้น 23 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 990 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 1,013 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากราคาเริ่มดีดตัวกลับหลังจากลดลงในหลายสัปดาห์ จากการที่สต๊อกสินค้าในตลาดสหรัฐลดลงเป็นผลดีกับเอเชีย แต่ก็ต้องระวังในเรื่องสถานะหนี้ในแถบยุโรปรวมถึงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาอยู่ในระดับต่ำ
· ราคา PS ปรับลดลง 45 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 1,190 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 1,145เหรียญสหรัฐ/ตัน ความต้องการจากผู้ใช้ปลายทางและผู้ค้ามีน้อย
· ราคา PX ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 840 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น
· ราคา PTA ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน 8 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 823 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 830 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
· ราคา PET เกรดขวดของญี่ปุ่นยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ 1,280 เหรียญสหรัฐ/ตัน
แนวโน้มระหว่างวันที่ 19-23 กรกฏาคม 2553: แนวโน้มราคาทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น
ปัจจัยบวก
· ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
ปัจจัยลบ
· ความวิตกกังวลของเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลง
|