Zion Market Research ได้ตีพิมพ์รายงานใหม่ ชื่อ “ตลาดพลาสติกขึ้นรูปด้วยความร้อน แยกตามประเภท (Acrylics, Bio-Degradable Polymers, Polycarbonates, Acrylonitrile Butadiene Styrene (ABS), Polyethylene (PE), Polypropylene (PP), Polymethyl Methacrylate (PMMA), Polystyrene (PS) และ Poly Vinyl Chloride (PVC) สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและการแพทย์ บรรจุภัณฑ์อาหาร ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การก่อสร้าง สินค้าผู้บริโภค ยานยนต์และอื่นๆ – สภาวะอุตสาหกรรมทั่วโลก การวิเคราะห์และแนวโน้ม ระหว่างปี 2016-2022” (“Thermoformed Plastics Market by Product (Acrylics, Bio-Degradable Polymers, Polycarbonates, Acrylonitrile Butadiene Styrene (ABS), Polyethylene (PE), Polypropylene (PP), Polymethyl Methacrylate (PMMA), Polystyrene (PS), and Poly Vinyl Chloride (PVC)) for Healthcare & Medical, Food Packaging, Electrical & Electronics, Construction, Consumer Goods, Automotive Packaging and Other Applications - Global Industry Perspective, Comprehensive Analysis and forecast, 2016 – 2022”) รายงานดังกล่าวระบุว่า ตลาดพลาสติกขึ้นรูปด้วยความร้อนทั่ว
โลก มีมูลค่า 10.43 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 13.98 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2022 และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี 5.0% ระหว่างปี 2017 - 2022
การขึ้นรูปพลาสติกด้วยความร้อนมีหลายวิธี เช่น การขึ้นรูปแบบหนา การขึ้นรูปแบบบาง การขึ้นรูปโดยใช้แรงดันสุญญากาศ การขึ้นรูปโดยใช้ปลั๊กช่วย ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการใช้ต่างๆ เช่น ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าสำหรับผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและการแพทย์ การก่อสร้าง เป็นต้น คาดว่าจะกระตุ้นตลาดในอนาคต
เรซินที่โดยทั่วไปใช้สำหรับการพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อน ได้แก่ polyethylene (PE), polystyrene (PS) และ polypropylene (PP) ทั้งนี้ polymethyl methacrylate (PMMA) เป็นสาขาผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดเมื่อปี 2016 ซึ่งมีส่วนแบ่งกว่า 45% ของตลาดโลก โดยสาขาผลิตภัณฑ์ polymethyl methacrylate (PMMA) คาดว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีสูงสุดในช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้ การใช้ polymethyl methacrylate (PMMA) ที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะคุณสมบัติการส่งผ่านของแสงที่ดีเยี่ยม พื้นผิวที่มีความแข็ง การทนทานต่อการผุพัง และการป้องกันแสงยูวี ซึ่งคาดว่าจะกระตุ้นตลาด
การขึ้นรูปพลาสติกด้วยความร้อนแบบบางเป็นสาขาที่เติบโตมากที่สุดในปี 2016 และคาดว่าจะเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนแบบบาง เช่น ถาดบรรจุภัณฑ์ในสาขาการแพทย์และการดูแลสุขภาพ คาดว่าจะกระตุ้นตลาดในช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้
การขึ้นรูปพลาสติกด้วยความร้อนแบบหนา ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น ชิ้นส่วนตกแต่งภายในรถบรรทุกขนาดใหญ่ กันชนของรถที่ใช้ในเกษตรกรรม และที่ครอบเครื่องยนต์ในอุตสาหกรรมอุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นต้น
ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา กระบวนการขึ้นรูปโดยใช้ปลั๊กช่วย เป็นกระบวนการที่เติบโตเร็วที่สุดในอนาคตอันใกล้ การใช้ที่เพิ่มขึ้นของการขึ้นรูปโดยใช้ปลั๊กช่วยในบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม คาดว่าจะผลักดันการขยายตัวของตลาดในช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้
เอเซียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด และมีศักยภาพในการเติบโตสูง จีนเป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนที่ใหญ่ที่สุด ความต้องการพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อน ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย จีน อินโดนีเซียและญี่ปุ่น เอเซียแปซิฟิกคาดว่าจะขยายตัวสูง ทำให้มีโอกาสการลงทุนและการเติบโตสำหรับผู้ผลิตในอนาคต โดยเฉพาะความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของอินเดียและจีน จากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อน สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพและการแพทย์ บรรจุภัณฑ์อาหาร ยานยนต์ การก่อสร้าง และสินค้าสำหรับผู้บริโภค
ยุโรป (ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และอังกฤษ) มีส่วนแบ่งที่สำคัญของผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อน และคาดว่าจะเติบโตในช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้ โดยมีการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร การก่อสร้าง ยานยนต์ เป็นต้น
ตลาดพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนในละตินอเมริกา คาดว่าจะขยายตัวจากนโยบายของภาครัฐ ตะวันออกกลางและอัฟริกา ก็มีศักยภาพสูงสำหรับพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนในอนาคตอันใกล้
ตลาดพลาสติกขึ้นรูปด้วยความร้อนมีการแข่งขันสูงมาก และแยกย่อยออกเป็นผู้เล่นทั้งเล็กและใหญ่หลายราย ผู้เล่นหลักในรายงาน ประกอบด้วย บริษัท Pactiv LLC, D&W Fine Pack LLC, Tegrant Corporation, Peninsula CM Packaging, Placon Corporation, Anchor Packaging, Spencer Industries, Genpak LLC, Sonoco Plastics Brentwood Industries, Greiner Packaging และ Silgan Plastics เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้เล่นหลักกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคตอันใกล้
ที่มา: plastemart.com