หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

บีโอไอโรดโชว์ญี่ปุ่นรอบสองฟื้นลงทุน

2009-02-23

 

บีโอไอจัดโรดโชว์ญี่ปุ่นรอบสองที่โอซากา หวังดึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามาลงทุนในไทย

 

นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอจะเดินทางไปโรดโชว์ที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 22-25 ก.พ. 2552 นี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ กับนักลงทุนญี่ปุ่นที่อยู่ในโอซากา เนื่องจากโอซากาเป็นฐานการผลิตในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอ นิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่บีโอไอจะ ชักจูงให้เข้ามาลงทุนในไทย

นอกจากนี้ ในวันที่ 24 ก.พ. บีโอไอจะจัดงานสัมมนาเรื่องผลกระทบของวิกฤตการเงินโลกต่อเศรษฐกิจไทย และลู่ทางการลงทุนในประเทศไทย โดยขณะนี้มีนักธุรกิจญี่ปุ่นในโอซากา จำนวนเกือบ 300 ราย ตอบรับเข้าร่วมงานแล้ว

 

นางอรรชกา กล่าวว่า บีโอไอจะนำเสนอนโยบายส่งเสริมการลงทุนสำคัญๆ อาทิ มาตรการพิเศษกระตุ้นการลงทุน ซึ่งจะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุดแก่โครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2552 และมาตรการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน

 

“การเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นแก่นักธุรกิจญี่ปุ่นของนายกรัฐมนตรี เมื่อต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทำให้นักธุรกิจญี่ปุ่นกลับมาเชื่อมั่นประเทศไทยอีกครั้ง ดังนั้นบีโอไอจึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจญี่ปุ่นในพื้นที่สำคัญๆ นอกเหนือจากกรุงโตเกียว” นางอรรชกา กล่าว

ขณะเดียวกัน คณะของบีโอไอจะเข้าพบปะหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท พานาโซนิค บริษัท โคโนอิเกะ ทรานสปอตเทชั่น และบริษัท นิเด็ค เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงทิศทางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลกระทบกับบริษัทในประเทศไทย

 

สำหรับคำขอรับส่งเสริม การลงทุนในประเภทกิจการอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ในช่วงเดือนม.ค. 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 11 โครงการ มูลค่าการลงทุน 8,000 ล้านบาท

 

ด้านการลงทุนจากญี่ปุ่นในไทย ในเดือนม.ค. 2552 มีการขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 15 ราย รวมมูลค่าการลงทุน 4,000 ล้านบาท แยกเป็นโครงการขนาดใหญ่เกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 2 โครงการ ส่วนในปีที่ผ่านมา 2551 มีโครงการจากญี่ปุ่นขอรับส่งเสริมทั้งสิ้นจำนวน 324 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 1.02 แสนล้านบาท

 

ที่มา: โพสต์ทูเดย์



Tag: #สิทธิประโยชน์