| ความคืบหน้าการเจรจาเขตการค้าเสรีของ ไทย กับ AFTA |
ความเป็นมา
เมื่อการค้าระหว่างประเทศในโลกขยายตัวมากขึ้น อาเซียนจึงได้มุ่งกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกันจนมีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ (ฯพณฯ นายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี) ในปีดังกล่าวผู้นำอาเซียนและรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ลงนามในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน จึงถือเป็นการประกาศการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
กรอบการเจรจา
กลไกการลดภาษี
- กลไกการลดภาษีที่สำคัญของ AFTA คือระบบ CEPT (Common Effective Preferential Tariff Scheme) ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรแก่กันแบบต่างตอบแทน กล่าวคือ การที่จะได้สิทธิประโยชน์จากการลดภาษีของประเทศอื่นสำหรับสินค้าชนิดใด ประเทศสมาชิกนั้นจะต้องลดภาษีสินค้าชนิดเดียวกันด้วย โดยต้องลดลงมาถึงร้อยละ ๒๐ จึงจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
- ทั้งนี้ CEPT Agreement ได้พัฒนาเป็น ATIGA (ASEAN Trade in Goods Agreement) ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านการค้านั้นๆ เช่น มาตรการที่มิใช่ภาษี มาตรการด้านศุลกากร SPS TBT ส่วนในเรื่องของกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า ATIGA กำหนดให้สินค้าที่จะได้รับประโยชน์จากการลดภาษีจะต้องมีสัดส่วนมูลค่าที่เกิดขึ้นในอาเซียน (ASEAN Local Content) อย่างน้อยร้อยละ ๔๐ หรือมีการผลิตจนเกิดการเปลี่ยนพิกัดในระดับ ๔ หลัก (Change in Tariff Heading : CTH) และสามารถคำนวณวัตถุดิบในอาเซียนแบบสะสม (Cumulative Rules of Origin) โดยกำหนดอัตราขั้นต่ำของวัตถุดิบเท่ากับ ร้อยละ ๒๐
การค้าสินค้า
ประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม ๖ ประเทศ (ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน) ต้องลดภาษี ดังนี้
- ๑ มกราคม ๒๕๔๖ สินค้าจำนวนร้อยละ ๖๐ ของรายการสินค้าทั้งหมด ลดภาษีลงเหลือร้อยละ ๐
- ๑ มกราคม ๒๕๕๐ สินค้าจำนวนร้อยละ ๘๐ ของรายการสินค้าทั้งหมด ลดภาษีลงเหลือร้อยละ ๐
- ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ ไทยได้ลดภาษีสินค้าทั้งหมดลงเหลือร้อยละ ๐ แล้ว ยกเว้นสินค้าอ่อนไหว ๔ รายการ คือ กาแฟ มันฝรั่ง มะพร้าวแห้ง และไม้ตัดดอก เก็บภาษีนำเข้าร้อยละ ๕
สถานะล่าสุด
สินค้า
สินค้าลดภาษีเป็น 0 แล้วตั้งแต่ปี 2553 ยกเว้นเนื้อมะพร้าวแห้ง เมล็ดกาแฟ ไม้ตัดดอก และมันฝรั่ง ซึ่งไทยยังคงอัตราภาษีนำเข้า 5%
ยกเลิกมาตรการโควตาภาษี (TRQ) สินค้าเกษตร 23 รายการ ที่ผูกพันกับ WTO แล้วตั้งแต่ปี 2553 แต่ยังมีมาตรการอื่นๆ ที่ส่งผลจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิด เพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ เช่น การขออนุญาตนำเข้า (สินค้ากาแฟ น้ำมันปาล์ม) การจำกัดระยะเวลานำเข้า (เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันฝรั่ง มะพร้าว เป็นต้น)
การอำนวยความสะดวกทางการค้า อาทิ
- จัดตั้งคลังข้อมูลทางการค้าของไทย ที่เว็บไซต์ www.thailandntr.com ซึ่งขณะนี้อาเซียน 8 ประเทศ (ทุกประเทศยกเว้น บรูไน และเมียนมา) เชื่อมโยงเข้ากับคลังข้อมูลทางการค้าอาเซียน แล้ว
- จัดตั้งระบบ ASSIST ซึ่งเป็นช่องทางออนไลน์ให้นักธุรกิจอาเซียนสามารถร้องเรียนต่อภาครัฐ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านการค้า บริการ และการลงทุนได้แล้วตั้งแต่สิงหาคม 2559
- จัดตั้งระบบการเชื่อมโยงข้อมูล ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ภายในปี 2559
- จัดทำระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน ซึ่งกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2561
ผู้นำอาเซียนให้การรับรองและประกาศแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2559-2568 (AEC blueprint 2025) แล้ว
สมาชิกอาเซียนได้ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการรายสาขา ภายใต้ AEC blueprint 2025 โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ได้ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการฯ ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ AEM แล้ว 9 สาขา ได้แก่ การค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน มาตรฐานและการรับรอง การแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค ระบบสถิติ ทรัพย์สินทางปัญญา และการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลก
ลงทุน
เปิดให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ 49-100% ในสาขาการผลิต เกษตร ประมง เหมืองแร่ ป่าไม้และบริการที่เกี่ยวข้องการลงทุน 5 สาขาดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขประกอบ
ประเทศสมาชิกมีข้อยุติประเด็นคงค้างเรื่อง เงื่อนไขที่ห้ามกำหนดให้นักลงทุนปฏิบัติ การปฏิบัติต่อผู้มีถิ่นพำนักถาวร และ พิธีสารแก้ไขความตกลง FTA
ประเทศสมาชิกอยู่ระหว่างหารือแนวทางการดำเนินการไปสู่การปฏิบัติในเรื่องที่ได้ข้อยุติแล้ว
บริการ
เปิดให้ผู้ให้บริการอาเซียนถือหุ้นได้ 70% โดยมีเงื่อนไขประกอบใน 100 สาขาย่อย เช่น ก่อสร้าง โรงแรมหรู บริการจัดการโรงแรม บริการซ่อมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ขนส่ง บริการให้คำปรึกษา บริการจัดทำบัญชี บริการโรงพยาบาล บริการเช่าเรือ บริการเรือสำราญระหว่างประเทศ บริการขนส่งสินค้าทางเรือ บริการช่วยเหลือกู้ภัยทางทะเล บริการข้อมูลออนไลน์ บริการเก็บสินค้าและคลังสินค้า และบริการรับจัดหาที่จอดรถ เป็นต้น
ประเทศสมาชิกตกลงแนวทางการจัดทำข้อผูกพันเปิดตลาดบริการชุดที่ 10 โดยขยายระยะเวลาการจัดทำฯ ให้แล้วเสร็จใน ปี 2560
ไทยและสิงคโปร์จัดทำข้อผูกพันฯ ชุดที่ 10 ได้ตามเกณฑ์เป้าหมายของอาเซียนแล้ว
สมาชิกอยู่ระหว่างการจัดทำ ASEAN Trade in Services Agreement : ATISA เพื่อใช้แทนที่ AFAS โดยเป็นความตกลงที่มีมาตรฐานสูงขึ้น และส่งเสริมให้เปิดตลาดระหว่างกันสูงขึ้น มีเป้าหมายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
วิชาชีพ/แรงงานฝีมือ
จัดทำข้อตกลงยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพร่วมกันแล้วเสร็จ 7 วิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักสำรวจ นักบัญชี และจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานของบุคลากรในสาขาท่องเที่ยว ทั้งนี้ การเข้าไปทำงานต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศนั้น
มีเป้าหมายปรับปรุงข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ของวิชาชีพต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกได้มากยิ่งขึ้น พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการจัดทำ MRA วิชาชีพเพิ่มเติม