| ตลาด antiblock additive ทั่วโลก คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี ร้อยละ 5.7 จนถึงปี 2021 |
2017-05-23
จากข้อมูลของ Research and Markets ตลาดสารเติมแต่งที่ป้องกันการติดแน่น (antiblock additive) ทั่วโลก คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี ร้อยละ 5.7 จนถึงปี 2021 และคาดว่าจะมีมูลค่า 1,109.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก นำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ ความต้องการสาร antiblock additive ของเอเซียแปซิฟิกได้รับการกระตุ้นจากมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและอำนาจซื้อต่อหัวที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จำกัดการเติบโตของตลาดสาร antiblock additive คือ การโหลดที่สูงของสาร antiblock additive อนินทรีย์ ที่มีผลต่อคุณสมบัติเชิงกลและเชิงแสงของชั้นฟิล์มพลาสติก
ตลาดสำหรับสาร antiblock additive อินทรีย์ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีสูงสุด ระหว่างปี 2016 – 2021 ในส่วนของมูลค่า ซึ่งเป็นเพราะการตระหนักที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่ผลิตโดยการสังเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ แนวโน้มของผู้บริโภคในการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็กำลังกระตุ้นตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกคาดว่าจะเป็นตลาดสาร antiblock additive ที่เติบโตเร็วที่สุด เพราะภูมิภาคดังกล่าว คาดว่าจะเป็นตลาดสำคัญสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารและฟิล์มที่ใช้ในเกษตรกรรมในอนาคต ทั้งนี้ สภาวะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการผลิตที่ต่ำโดยรวม เป็นปัจจัยบางประการที่กำลังผลักดันให้บริษัทผู้ผลิตขยายโรงงานในภูมิภาคดังกล่าว
โพลิเมอร์ LLDPE เป็นประเภทโพลิเมอร์ที่มีสัดส่วนตลาด antiblock additive ที่สำคัญ โพลิเมอร์ LLDPE ใช้เป็นจำนวนมาก จากความต้องการที่สูง สำหรับบรรจุภัณฑ์และที่ไม่ใช่บรรจุภัณฑ์ เช่น อาหาร ยา การแพทย์ เกษตรกรรม สารเคลือบ เป็นต้น ความต้องการโพลิเมอร์ LLDPE ส่วนใหญ่มาจากเอเซียแปซิฟิกรวมทั้งตะวันออกกลางและอัฟริกา จากการที่มีราคาถูกและหาได้ง่าย
สาร antiblock additives ทำให้ชั้นฟิล์มพลาสติกติดน้อยลง โดยสร้างพิ้นผิวที่ค่อนข้างจะขรุขระลงบนชั้นฟิล์ม ซึ่งจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ บรรจุภัณฑ์อาหารมีสัดส่วนตลาด antiblock additive ที่สำคัญ จากความต้องการที่สูงของผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุห่อและพร้อมรับประทาน ซึ่งประชากรที่เพิ่มขึ้นและโอกาสการทำงาน ผนวกกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค นำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอาหารบรรจุห่อ
ที่มา: plastemart.com