หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

สปป.ลาว "แลนด์ลิงก์" อาเซียน บ้านพี่เมืองน้องลงทุนไม่ง่ายอย่างที่คิด
2017-04-28

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ถือเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับที่ 2 ในอาเซียน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นทุกปี เฉลี่ย 8% ต่อจีดีพี ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทำให้ สปป.ลาวเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค

ล่าสุด กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้จับมือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดสัมมนา "Uplife CLMV Experience : เปิดประตู CLMV สู่โลกการค้าเสรีอาเซียน" ได้มีการเปิดมุมมองในหลายประเด็นจากนักธุรกิจและนักบริหารมืออาชีพที่เข้าไปคลุกคลีทำธุรกิจใน สปป.ลาว

นายจตุรงค์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายผู้บริหารสาขาต่างประเทศ ธนาคารกรุงไทย สาขานครหลวงเวียงจันทน์ และประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว และกรรมการที่ปรึกษาสมาคมไทย-ลาว เพื่อมิตรภาพ กล่าวว่า อนาคตลู่ทางการลงทุน ลาวมีทรัพยากรทางธรรมชาติมาก มีพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ลาวเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ทางภาคเหนือติดกับจีน ซึ่งมีประชากร 1,200 กว่าล้านคน ทางฝั่งขวาติดกับไทย 70 ล้านคน เวียดนาม 100 ล้านคน กัมพูชาอีก 15 ล้านคน นี่คือตลาดที่จะเข้าไปลงทุน อย่ามองมิติเดียว มองเรื่องการลงทุน เพราะลาวจะเป็นแลนด์ลิงก์

สำหรับความเสี่ยงในการเข้าไปลงทุนในเรื่องแหล่งเงินกู้ ให้กู้จากสถาบันการเงินที่ไทยแล้วโอนเงินไปใช้ จะไปกู้ที่ลาวลำบาก นอกจากนี้ เรื่องทัศนคติของคนไทยเอง ถ้าเปลี่ยนทัศนคติไม่ได้ อย่าไปลงทุน และเรื่องกฎหมาย ต้องทำความเข้าใจ กฎหมายประกาศวันนี้พรุ่งนี้เปลี่ยน เพราะอยู่ในยุคพัฒนาและเปลี่ยน ต้องหาบริษัทที่ปรึกษากฎหมายที่ได้มาตรฐาน หรือมาคุยกับสภาธุรกิจไทย-ลาว สถานทูตไทย หรือทูตพาณิชย์ อย่าคิดว่าสนิทสนมกัน จูงมือไปทำธุรกิจ เพราะช่วยแก้ปัญหามามากแล้ว

ข้อสัญญาต่าง ๆ ต้องไปจดทะเบียนที่ศาลถึงมีผลบังคับใช้ เขียนกันเองที่ออฟฟิศไม่ได้ ศาลจะพิจารณาความเหมาะสม ความถูกต้องของทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าเป็นสัมปทานหรือการเช่าทรัพย์สินของรัฐ ต้องไปจดทะเบียนที่ทรัพย์สินของรัฐด้วย ถึงจะมีผล

นอกจากนี้ รัฐบาลประกาศจุดยืนการทำธุรกิจต้องอิงวัฒนธรรม สังคม ต้องระมัดระวัง ถ้าธุรกิจที่หมิ่นเหม่อาจจะติดคุกด้วย ลาวยังรักษารูปแบบวัฒนธรรมได้แข็งแกร่งการเช่าที่เอกชนเช่าได้ไม่เกิน 30 ปี เช่าที่ของรัฐได้ 50 ปี หรือบางกรณีเป็นกรณีพิเศษอาจจะได้ 90 ปี

นายนิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายแผนและพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และรองประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว กล่าวว่า การทำธุรกิจค้าปลีกในลาว มีจุดแข็งคือ สินค้าไทยเป็นที่นิยมมากในลาว เป็นโอกาสของนักธุรกิจไทย ส่วน ปตท.เองมีพื้นที่ให้ขายของ เช่น คาเฟ่อเมซอน หรือห้างสะดวกซื้อจิฟฟี่ ที่เปิดในปั๊มน้ำมัน และนอกปั๊มน้ำมัน สามารถนำสินค้าไทยเข้าไปขายได้ ซึ่ง ปตท.พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้ SMEs ไทยเข้าไปทำตลาดในลาว ทั้งนี้ ประชากรลาวรายได้น้อย แต่รสนิยมสูงในการซื้อสินค้า เพราะจากการสำรวจการใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อ รายจ่ายต่อ 1 บิลต่อคนสูงกว่าคนไทย ประชากรมีกำลังซื้อดีกว่าไทยจากสถิติ

ลาวเองประชากรน้อย แต่มีแลนด์ลิงก์เป็นตลาดใหญ่รองรับอยู่ คือข้ามไปประเทศที่ 3 ได้ นอกจากนี้มีนักท่องเที่ยว ปี 2559 มีนักท่องเที่ยวเข้าไปประมาณ 4 ล้านคน ลาวมีแผนขยายสนามบินเวียงจันทน์เสร็จ จะขยายหลวงพระบาง และจำปาศักดิ์ และจะทำสนามบินสุวรรณเขตเพิ่ม

สำหรับความเสี่ยงของธุรกิจ ถ้าจะไปตั้งโรงงานเพื่อส่งออก ความเสี่ยงคือไฟฟ้าไม่เพียงพอ ลาวขายไฟฟ้าแรงดันสูงข้ามประเทศ แต่ในประเทศไฟฟ้ายังไม่เพียงพอ เป็นไฟกระแสต่ำ ถ้าเข้าไปทำธุรกิจค้าปลีกจะมีปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน แม้ในลาวจะมีสถาบันการเงินเกือบ 40 แห่ง ผู้ประกอบการต้องนำเงินกีบไปแลกเงินบาท หรือดอลลาร์สหรัฐ เพื่อโอนกลับมาจ่ายค่าสินค้า หาที่แลกเงินไม่ได้ ต้องมีสายสัมพันธ์กับธนาคาร นอกจากนี้ เรื่องแรงงาน เนื่องจากประชากรน้อย ต้องนำคนจากชนบทมาฝึกอบรม พอเทรนเสร็จจะถูกซื้อตัวจากธุรกิจที่ใหญ่กว่า ปตท.ต้องสร้างศูนย์ฝึกอบรม เพราะต้องรับคนใหม่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ต้องลงทุนเรื่องศูนย์ฝึกอบรมที่ป้องกันความเสี่ยง



Tag: #AEC #ลาว