2017-05-26
เสร็จสิ้นไปกับการประชุมเส้นทางสายไหมยุคใหม่กับโครงการ One Belt One Road (OBOR) ที่กรุงปักกิ่ง โดยมีผู้นำจากหลายประเทศเข้าประชุมกันอย่างล้นหลาม
สำหรับประเทศที่ใกล้จีน และผู้นำไม่ได้ถูกเชิญไป นับว่าเสียดายยิ่งนักถ้าหากมองแค่เอารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปนั้น น่าจะเป็นการมองที่แคบเกินไป
เพราะนอกจากผู้นำจะไปรับรู้ ถกเรื่องนี้อย่างเป็นทางการแล้ว สิ่งที่น่าจับตาคือการพูดคุยนอกรอบระหว่างผู้นำ ซึ่งสำคัญมากและจะนำไปสู่การร่วมมือในอนาคต
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่แท้แล้ว คือ โครงการรถไฟชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย ที่คาดว่าน่าจะออกมาสอดรับเส้นทางสายไหมยุคใหม่นี้
สำหรับโครงการนี้ชื่อว่า East Coast Rail Link ประกอบไปด้วยสถานีรถไฟ 23 สถานีนับตั้งแต่ต้นสายที่วากัฟ บารู ในรัฐกลันตัน ไม่ห่างจากชายแดนสุไหงโก-ลกมากนัก และไปสิ้นสุดที่ท่าเรือคลัง รวมระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร
ที่สำคัญรถไฟสายนี้จะไปหยุดที่ท่าเรือของเมืองกูอันตัน ในรัฐปะหัง ที่ตั้งหันหน้าชนกับทะเลจีนใต้ ก่อนที่จะเลี้ยวทะลุภูเขามุ่งหน้าสู่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และสิ้นสุดที่ท่าเรือหลัก
น่าสนใจว่ามาเลเซียจะเป็นแลนด์บริดจ์ให้กับจีนหรือไม่ เพราะจีนต้องพึ่งพาช่องแคบมะละกาอย่างมากในการขนส่งสินค้าปัจจัยอย่าง น้ำมัน คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 เพราะจีนกระจายความเสี่ยงในการขนส่งสินค้าปัจจัยสำคัญ
นอกจากนี้ จีนยังให้ความสำคัญกับอาเซียนด้วยประดุจตลาดสินค้าขนาดใหญ่และฐานการผลิตใหม่ ซึ่งการไหลเทมาของทุนจีนในการช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานน่าจะสมเหตุสมผลกับการสยายปีกอำนาจทั้งการค้าและการเมืองของพญามังกร
นอกจากพัฒนาโครงข่ายรถไฟแล้วตัวของท่าเรือในกูอันตันเองยังมีการเพิ่มศักยภาพเพื่อรองรับและป้อนวัตถุดิบที่ส่งมาทางเรือเข้าสู่เขตอุตสาหกรรมใกล้เคียงซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทสัญชาติจีนที่หิ้วเงินเข้ามาลงทุน
หากโครงการนี้สร้างเสร็จคาดว่าจะกระตุ้นจีดีพีของรัฐชายฝั่งตะวันออกได้และจะเปลี่ยนลักษณะภูมิศาสตร์เศรษฐกิจให้กับรัฐตรังกานูกลันตันและปะหังโดยผลักดันให้รัฐเหล่านั้นเป็นฮับการค้าและเป้าหมายการท่องเที่ยว ทั้งยังกระตุ้นการลงทุนภายในโดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดเล็กและกลาง
นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังออกมายอมรับว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกยังมีศักยภาพในการพัฒนาทั้งในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การค้า หรือการเกษตร
และที่น่าจับตามองอีกประเด็น คือการพัฒนาจะเป็นการเจาะฐานของพรรคปาส (PAS) ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแนวร่วมรัฐบาลมานาน ที่กุมฐานเสียงแน่นในรัฐกลันตัน
โครงการพัฒนานี้อาจไม่ใช่แค่รับลูกเส้นทางสายไหมยุคใหม่อย่างเดียวแต่ยังเป็นการพัฒนากระจายความเจริญออกไปยังหลายพื้นที่ไม่ให้กระจุกตัวอยู่แต่ฝั่งตะวันตกและอาจส่งผลถึงการแย่งฐานเสียงทางการเมืองผ่านการพัฒนา
แต่ที่น่าห่วงคือประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซียที่ยังไม่แน่ชัดนักว่าจะรับลูกกับเส้นทางสายไหมจีนอย่างไร
ที่มา: http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1495615546