| การเปลี่ยนจากการใช้เหล็กกล้าเป็นวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบาในการต่อเรือ |
2017-07-04
การเปลี่ยนจากการใช้เหล็กกล้าเป็นวัสดุคอมโพสิตน้ำหนักเบาในการต่อเรือ เป็นความร่วมมือของพันธมิตร 37 ราย จาก 13 ประเทศ ที่ได้เริ่มทำงานด้วยกัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2017 ในโครงการนำวัสดุสมัยใหม่มาใช้ต่อเรือที่มีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ (Realisation and Demonstration of Advanced Material Solutions for Sustainable and Efficient Ships หรือ RAMSSES) โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยและนวัตกรรม Horizon 2020 คาดว่าจะใช้เวลาสี่ปี และจะได้รับเงินสนับสนุน 10.8 ล้านยูโร จากสหภาพยุโรป นอกจากบริษัท Evonik แล้ว บริษัทต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยบริษัทต่อเรือชั้นนำ เช่น Meyer-Werft, Papenburg และ Damen Shipbuilding ของเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยผู้ผลิตเครื่องมือและชิ้นส่วนที่สำคัญ เช่น Becker Marine Systems ที่ Hamburg
พันธมิตรโครงการมีเป้าหมายที่จะผลิตลำเรือทำจากคอมโพสิตเสริมเส้นใย ความยาวประมาณ 70 เมตร ซึ่งจะทดสอบภายใต้สถานการณ์จริงในทะเล งานหลักของผู้เชี่ยวชาญของ Evonik คือ การปรับปรุงการต้านทานแรงกระแทกและความล้าของลำเรือที่สร้างเสร็จแล้ว ซึ่งจะทำจากไฟเบอร์กลาสและ vinyl ester resin
ลำเริอที่ผลิตโดยใช้เทคนิคการก่อสร้างน้ำหนักเบาและวัสดุสมัยใหม่ดังกล่าว จะมีน้ำหนักเบากว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับเหล็กกล้า วัสดุที่ยั่งยืนดังกล่าวมีความต้องการสูงมาก เพราะจำนวนเรือสินค้าระบบตู้คอนเทนเนอร์ที่แล่นอยู่มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมทั้งเรือสำราญที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น และการขยายตัวของการขนส่งด้วยเรือเฟอร์รี ทั้งนี้ ลำเรือใหม่ไม่เพียงแต่ประหยัดทรัพยากรในการต่อเรือเท่านั้น แต่ยังถูกกว่า เพราะจะใช้เชื้อเพลิงน้อยลง และขนส่งสินค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ วัสดุชนิดใหม่ยังตอบสนองต่อความต้องการที่ซับซ้อนของอุตสาหกรรมต่อเรือซึ่งกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น การต่อเรือเฟอร์รี อีกประโยชน์ที่สำคัญมากของคอมโพสิตเสริมเส้นใย คือ การไม่ขึ้นสนิม การต้านทานน้ำทะเลที่ดีเยี่ยม ทำให้ไม่ต้องปกป้องพิ้นผิวบ่อย ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม การต่อเรือไม่ใช่สาขาเดียว ที่ vinyl ester resins ที่ต้านทานแรงกระแทก กำลังเป็นที่สนใจ เพราะสามารถนำไปใช้ในระบบท่อ ท่อขนาดใหญ่ คอนเทนเนอร์ และเสาเรดาร์ที่สนามบิน ได้อีกด้วย
ที่มา: plasticstoday.com