| ความต้องการสารหน่วงการติดไฟในภาคการขนส่งจะเติบโตสูงสุด |
2018-01-10
จากรายงานล่าสุดของ Ceresana ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยตลาดนานาชาติชั้นนำ ปัจจุบัน มีการใช้สารหน่วงการติดไฟประมาณ 2.21 ล้านตันต่อปีทั่วโลก ในผลิตภัณฑ์พลาสติก เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง และสิ่งทอ
อุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสารหน่วงการติดไฟ เพราะประมาณร้อยละ 30 ของความต้องการทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมดังกล่าว
นักวิจัยของ Ceresana คาดว่า จนถึงปี 2024 ความต้องการสารหน่วงการติดไฟในภาคการขนส่งจะมีการเติบโตเป็นร้อยละสูงสุด อย่างไรก็ตาม วัสดุก่อสร้างจะยังคงเป็นสาขาการใช้สารหน่วงการติดไฟมากที่สุดในอีก 8 ปีข้างหน้า
สารหน่วงการติดไฟใช้ในโฟมที่เป็นฉนวน ทำจาก EPS, XPS, PVC หรือ PUR และยังใช้ในวัสดุก่อสร้างทำจากยาง ในกาว ในสี และสีเคลือบเงา
ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในส่วนประกอบเดี่ยว เช่น แผงวงจร เครื่องใช้ในครัวเรือน และอุปกรณ์โทรคมนาคม และยังใช้ในพลาสติกเชิงวิศวกรรม เช่น ABS, polyamide, epoxy และ polycarbonate นอกจากนี้ ยังใช้ในสายไฟ สายเคเบิล และผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
จนถึงปัจจุบัน aluminum trihydroxide (ATH) เป็นสารหน่วงการติดไฟที่ขายดีที่สุด ทั้งนี้ ATH ใช้ในอุตสาหกรรมยา เป็นสารขั้นกลางทางเคมี เป็นสารเติมเต็มในพลาสติก ยาง เครื่องสำอาง และกระดาษ เป็นสารเติมแต่งของแก้ว และในเซรามิก
นอกจากนี้ ATH ยังใช้เป็นสารหน่วงการติดไฟที่ไม่ปล่อยควัน มีสารพิษต่ำ และปลอดฮาโลเจน ใช้สำหรับพลาสติก สี กาว ยาแนว และยาง โดยความต้องการ ATH ในยุโรปและในอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ สูงกว่า 45%
คอมพาวนด์ประเภทโบรมีนที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโฟม มาเป็นอันดับสอง สารหน่วงการติดไฟ ประเภทโบรมีนมีประสิทธิผลสูง แต่ก็มีการโต้แย้ง
จากข้อกฎหมาย ทำให้มีความแตกต่างตามภูมิภาคเป็นอย่างมาก โดยในยุโรปตะวันตกและในอเมริกาเหนือ คอมพาวนด์ ประเภทโบรมีนมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 6.4% และ 12% ตามลำดับ ในขณะที่ในเอเชีย มีส่วนแบ่งตลาด 28%
ที่มา: adsalecprj.com