| รายงานที่ออกมาใหม่ระบุว่า ความต้องการคอมโพสิตชีวภาพได้รับการกระตุ้นจากการขยายตัวของการก่อสร้างทั่วโลก |
/18770/lina_2.jpg)
จากรายงานของ Transparency Market Research ที่ออกมาใหม่ เรื่อง “ตลาดคอมโพสิตชีวภาพ (ประเภทวัสดุ – ไม้ ป่าน ปอ กาบมะพร้าว ปอแก้ว Polyethylene, Polyvinyl Chloride และ Polypropylene; ประเภทผลิตภัณฑ์ – ไม้ประกอบพลาสติกและคอมโพสิตเส้นใยธรรมชาติ; การใช้ – ยานยนต์ การก่อสร้าง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าผู้บริโภค) - การวิเคราะห์อุตสาหกรรมทั่วโลก ขนาด สัดส่วน การเติบโต แนวโน้ม และการคาดการณ์ ระหว่างปี 2017-2025” (“Biocomposites Market (Material Type - Wood, Flax, hemp, Coir, Kenaf, Polyethylene, Polyvinyl Chloride, and Polypropylene; Product Type - Wood Plastic Composites (WPC) and Natural Fiber Composites (NFC); Application - Automotive, Construction, Electronics & Electricals, Furniture, and Consumer goods) - Global Industry Analysis, Size, Share, Growth, Trends, and Forecast 2017–2025”) ตลาดคอมโพสิตชีวภาพทั่วโลกมีผู้ผลิตเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งนำไปสู่การแข่งขันที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเติบโตได้อีกมากในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การก่อสร้าง และยานยนต์
โอกาสการเติบโตต้องใช้กลยุทธ์ความร่วมมือกับบริษัทในประเทศที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเพิ่มศักยภาพการผลิต เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น บริษัทชั้นนำของโลกในตลาดคอมโพสิตทั่วโลก ได้แก่ บริษัท Tecnaro GmbH, UPM, FlexForm Technologies, Green Bay Decking LLC, Universal Forest Products, Inc. และ JELU-WERK J. Ehrler GmbH & Co. KG
รายงานดังกล่าวระบุว่า ตลาดคอมโพสิตชีวภาพทั่วโลก คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี 9.46% ระหว่างปี 2017 – 2025 โดยมีมูลค่าเพิ่มจาก 4,730.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 เป็น 10,549.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2025
วัสดุหลักที่ใช้ในการผลิตคอมโพสิตชีวภาพ คือ ไม้ จากการหาซื้อได้ง่ายและมีคุณสมบัติการยึดติดที่ดี ส่วนป่านคาดว่าจะขยายตัวเร็วที่สุดในช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้
ในส่วนของพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ตลาดในเอเซียแปซิฟิกกำลังเป็นผู้ครองตลาดคอมโพสิตชีวภาพของโลก จากการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ภูมิภาคดังกล่าวยังเป็นตลาดหลักสำหรับคอมโพสิตชีวภาพ จากความต้องการสูงในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สินค้าผู้บริโภค การก่อสร้าง ยานยนต์
ปัจจัยหลักที่กระตุ้นการเติบโตของตลาดคอมโพสิตชีวภาพทั่วโลก คือ กฎระเบียบภาครัฐที่เข้มงวดเกี่ยวกับการเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดมลภาวะและภาวะโลกร้อน การสามารถนำไปรีไซเคิลได้ของคอมโพสิตชีวภาพ บวกกับความปลอดภัย เมื่อเทียบกับวัสดุเช่น เส้นใยแก้ว และเส้นใยคาร์บอน ก็กระตุ้นการเติบโตของตลาด
การหาซื้อวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตคอมโพสิตชีวภาพทั่วโลก คาดว่าจะกระตุ้นการเติบโตของตลาดคอมโพสิตชีวภาพทั่วโลกในอีกสองสามปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดบางประการ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่ผันผวน ซึ่งอาจมีผลกระทบเชิงลบในช่วงเวลาที่คาดการณ์ไว้
ที่มา: bioplasticsmagazine.com