หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

สสว. ต่อยอดมาตรการ SME ปัง ตังได้คืน ปี 2 พร้อมอุดหนุนค่าใช้จ่าย SME ในสัดส่วน 50-80%

สสว. เดินหน้าพัฒนาผู้ประกอบการ จัดเสวนา “ถอดรหัส ไขเคล็ดลับ BDS : SME ปัง ตังได้คืน ก้าวสู่ปีที่ 2” ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS ปีงบประมาณ 2566 มุ่งพัฒนา ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการผ่านมาตรการ “SME ปัง ตังได้คืน ก้าวสู่ปีที่ 2” พร้อมอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเอสเอ็มอี แบบร่วมจ่าย (Co-payment) ในสัดส่วนร้อยละ 50-80 วงเงินสูงสุดถึง 200,000 บาท

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายในงานเสวนา “ถอดรหัส ไขเคล็ดลับ BDS : SME ปัง ตังได้คืน ก้าวสู่ปีที่ 2” ว่า จากการที่ สสว. ได้ดำเนินมาตรการการให้ความช่วยเหลือ อุดหนุน ผู้ประกอบการ MSME เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ผู้ประกอบการจะสามารถเลือกรับการบริการหรือพัฒนาทางธุรกิจกับผู้ให้บริการทางธุรกิจในด้านที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS หรือ “SME ปัง ตังได้คืน” ปี 2565 มาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ สสว.จึงมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการในระยะที่ 2 ผ่านมาตรการ “SME ปัง ตังได้คืน ก้าวสู่ปีที่ 2” ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (MSME Recovery & Beyond) ปีงบประมาณ 2566 เพื่อให้ผู้ประกอบการ MSME ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยังได้มีการขยายระยะเวลาการดำเนินงานปี 2565 ไปจนถึงเดือนกันยายน 2566

ผอ.สสว. กล่าวต่อไปว่า ในปีงบประมาณ 2566 สสว. มีโครงการที่น่าสนใจมากมายที่ผู้ประกอบการจะได้ใช้สิทธิ์เป็น 2 เท่า โดยมุ่งเน้นกิจกรรมผ่านโครงการ BDS ซึ่งเพิ่มหมวดการพัฒนาเป็น 5 หมวด ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ การเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพธุรกิจ การพัฒนาและบริหารธุรกิจ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและตลาดและการพัฒนาสู่ตลาดต่างประเทศ ณ ขณะนี้ มีผู้ให้บริการทางธุรกิจรวมกว่า 120 ราย และบริการที่อยู่ในระบบกว่า 200 บริการ และยังเพิ่มบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการ ซึ่งผู้ประกอบการ สามารถเลือกรับบริการเพื่อพัฒนาธุรกิจได้เอง ตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS โดย สสว. พร้อมจะอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนา SME แบบร่วมจ่าย (Co-payment) ในสัดส่วนร้อยละ 50-80 วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ตามขนาดของธุรกิจ

“สสว. ขอเชิญชวน ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน SME One ID และสมัครเข้าร่วมโครงการ BDS สามารถสมัครเข้ารับการช่วยเหลืออุดหนุนบนแพลตฟอร์มนี้ได้ที่ Application SME Connext และ bds.sme.go.th เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ มีศักยภาพและเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็ง พร้อมขยายสัดส่วนมูลค่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมของ เอสเอ็มอีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศต่อไป” ผอ.สสว.กล่าว

ขณะที่ ขณะที่ นางสุดา ยังให้ผล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาอุตสาหกรรม สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในฐานะหน่วยพันธมิตรให้บริการหรือ BDSP กล่าวถึงการจับมือกับ สสว. ว่า สถาบันฯ ได้ให้ความสนับสนุนผู้ประกอบการ เพื่อการพัฒนาตามความเชี่ยวชาญของเรา โดยเฉพาะด้านสิ่งทอ แบบครบวงจร ทั้งการจัดอบรมให้ความรู้ และด้านห้องปฏิบัติการทดสอบด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน เราสามารถทดสอบวัสดุสิ่งทอ สินค้าสำเร็จรูป เส้นด้าย เส้นใย สิ่งทอ เสื้อผ้า สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร รวมมากกว่า 500 รายการ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานสากล มาตรฐานโรงงาน มาตรฐานผู้ซื้อผู้ขาย ที่จำหน่ายภายในประเทศและเพื่อการส่งออก รวมทั้งมาตรฐาน ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ฉลาก Smart Fabric ฉลากคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย (Thailand Textiles Tag) ฉลาก Cool Mode ฉลากเสื้อประหยัดพลังงานเบอร์ 5 มาตรฐานผลิตภัณฑ์สิ่งทอด้านความปลอดภัย (S-Mark) เป็นต้น

“นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้ร่วมกับ สสว. ส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS ปีงบประมาณ 2566 โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มองหาช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยอุดหนุนค่าใช้จ่าย แบบร่วมจ่าย (Co-payment) ตามมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อออกงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านแพคเกจต่างๆ โดย MSME ภาคการผลิตรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท/ปี ภาคการค้า และภาคบริการ รายได้ไม่เกิน 300 บาท/ปี จะได้รับการอุดหนุนร่วมจ่าย 50% ส่วน ไมโครเอสเอ็มอีก ซึ่งมี รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท และกิจการเพื่อสังคมหรือ SOCIAL ENTERPRISE (SE) ภาคการผลิต รายได้ไม่เกิน 40 ล้านบาท/ปี และภาคอื่นๆ รายได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท/ปี จะได้รับการอุดหนุนร่วมจ่าย 80%”



Tag: