หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

ความเคลื่อนไหวราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีวันที่ 2 - 6 ธันวาคม 2567
น้ำมันดิบ
• ภาพรวมของวันที่ 2 ธันวาคม 2567 – 6 ธันวาคม 2567 ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดเล็กน้อย
ราคาน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวที่กรอบ 68.00 – 69.94 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และเฉลี่ยอยู่ 68.59 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวที่กรอบ 71.83 – 73.62 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และเฉลี่ยอยู่ที่ 72.59 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบ Dubai เคลื่อนไหวที่กรอบ 71.89 – 72.35 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และเฉลี่ยอยู่ที่ 72.11 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
• ปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบ
(+) ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่มีผลตั้งแต่วันพุธเริ่มไม่แน่นอน หลังอิสราเอลโจมตีเป้าหมายทางตอนใต้ของเลบานอน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงขีปนาวุธ 2 ลูกตอบโต้ ท่ามกลางข้อกล่าวหาละเมิดข้อตกลง ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผล แม้จะยังคงมีสถานการณ์การใช้อาวุธเกิดขึ้น
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2.5% สู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ หลังนักวิเคราะห์คาดในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ (6 ธ.ค. 67) กลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มขยายกรอบเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่อไปจนถึงเดือน เม.ย. 68 ส่งผลให้ตลาดกังวลอุปทานน้ำมันดิบโลกจะตึงตัว
(+) ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนราคาน้ำมันและคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ

• ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบ 
(-) ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้า 100% ต่อกลุ่ม ประเทศ BRICS หากยังสนับสนุนการสร้างหรือใช้สกุลเงินอื่นแทนเงินเหรียญสหรัฐฯ การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบที่กำหนดเป็นเงินเหรียญสหรัฐฯ แพงขึ้น ลดความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนสกุลเงินอื่น
(-) สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ย. 67 ปรับเพิ่มกว่า 1.232 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 2.06 ล้านบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์น้ำมันดิบ
(-) ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนประเมินว่าแนวโน้มอุปทานน้ำมันในปีหน้าอาจอยู่ในระดับสูง แม้ว่ากลุ่ม OPEC+ มีมติเลื่อนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในส่วนที่ปรับลดโดยสมัครใจออกไปอีก 3 เดือน จนถึงเดือน เม.ย. 68 ก็ตาม นอกจากนี้กลุ่ม OPEC+ ได้ขยายเวลาการยกเลิกการปรับลดกำลังการผลิตออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปี 2569 เนื่องจากอุปสงค์ที่ซบเซาและการผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม OPEC+ ที่ปรับตัวสูงขึ้น

ราคาแนฟทา (European)
(-) ราคาแนฟทา ปรับตัวลดลง 27.59 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน อยู่ที่ 595.55 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน

ราคาเม็ดพลาสติกของไทย
• ภาพรวมราคาเม็ดพลาสติกในสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2567 – 6 ธันวาคม 2567 มีราคาหดตัวลง
(-) ราคาเม็ด HDPE (เกรดฟิล์ม) ปรับตัวลดลง 1 บาท/กิโลกรัม อยู่ที่ 43.50 บาท/กิโลกรัม
(-) ราคาเม็ด LDPE (เกรดฟิล์ม) ปรับตัวลดลง 1 บาท 75 สตางค์/กิโลกรัม อยู่ที่ 51.00 บาท/กิโลกรัม
(-) ราคาเม็ด LLDPE (เกรดฟิล์ม) ปรับตัวลดลง 50 สตางค์/กิโลกรัม อยู่ที่ 44.00 บาท/กิโลกรัม
(-) ราคาเม็ด PET ปรับตัวลดลง 50 สตางค์/กิโลกรัม อยู่ที่ 38.25 บาท/กิโลกรัม
(-) ราคาเม็ด PP (เกรดฟิล์ม) ปรับตัวลดลง 50 สตางค์/กิโลกรัม อยู่ที่ 43.75 บาท/กิโลกรัม

• แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติก : ราคาหดตัวลง




Tag: #สถานการณ์อุตสาหกรรม