| เปิด 5 ข้อเสนอไทยเจรจาสหรัฐฯ ลดภาษี รมว.คลังสหรัฐฯ ชม ลุ้นคิวเจรจาใน 2 สัปดาห์! |
/23505/1.png)
14 พฤษภาคม 2568 นาย สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในเวที Saudi Investment Forum เมื่อ 13 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้แสดงท่าทีเชิงบวกต่อการเปิดเจรจาการค้ากับประเทศในเอเชีย มีการชื่นชมข้อเสนอจากหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน รวมถึง ประเทศไทย ว่ามีข้อเสนอที่ “ดีมาก” ขณะตอบคำถามในเวทีสาธารณะ
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า ไทยได้ส่งข้อเสนอ (proposal) เพื่อขอเปิด #การเจรจากับสหรัฐฯ ถึง รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สกอตต์ เบสเซนต์ และ ประธานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เจมสัน กรีเออร์ โดยคาดหวังว่าจะได้รับการตอบกลับเพื่อนัดวันเจรจาภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยข้อเสนอของไทยประกอบด้วย 5 แนวทางหลัก เพื่อมุ่งลดการเกินดุลการค้ากับสหรัฐลง 50% ภายใน 5 ปี และเสริมสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจระยะยาว ดังนี้
1.เสริมความร่วมมือธุรกิจอาหารแปรรูปไทย และสหรัฐ มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ด้วยการใช้จุดแข็ง 2 ประเทศร่วมกัน โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพื่อเป็นวัตถุดิบแปรรูปและส่งออกไปตลาดโลก และหารือร่วมภาคเกษตรของสหรัฐที่เป็นฐานเสียงสำคัญทางการเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
2.เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ โดยไทยมีแผนเพิ่มการนำเข้าสินค้าจำเป็น อาทิ พลังงาน (น้ำมันดิบ, LNG, อีเทน), เครื่องบินและชิ้นส่วน, อาวุธยุทโธปกรณ์ และผลิตภัณฑ์เกษตรอย่างข้าวโพด ถั่วเหลือง และเนื้อวัว เพื่อกระชับความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์ และตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจในประเทศ
3.เปิดตลาดและลดอุปสรรคทางการค้า การลดภาษีนำเข้าภายใต้ระบบ MFN จำนวน 11,000 รายการ ลง 14% รวมถึงการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือ อีกทั้งลดโควตาและข้อจำกัดพร้อมเปิดตลาดให้สินค้าสหรัฐ เช่น เชอรี่ แอปเปิ้ล ข้าวสาลี ข้าวโพด และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
4.บังคับใช้กฎหมายถิ่นกำเนิดสินค้าเคร่งครัดผ่านการบังคับใช้กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อแก้ปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้า “Made in Thailand” โดยสินค้าจากประเทศที่ 3 ส่งออกผ่านไทยไปสหรัฐ ซึ่งจะเพิ่มการเฝ้าระวังเพื่อรักษาภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดสหรัฐ
5.ส่งเสริมการลงทุนไทยในสหรัฐ ภาครัฐสนับสนุนการขยายการลงทุนของเอกชนไทยในสหรัฐ ภายใน 4 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน เช่น โครงการลงทุน LNG ในรัฐอลาสก้า และการลงทุนฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ ปัจจุบันเอกชนไทยลงทุนในสหรัฐ 70 แห่ง ใน 20 มลรัฐ สร้างงานมากกว่า 16,000 ตำแหน่ง มูลค่าการลงทุน 16,000 ล้านดอลลาร์
โดยข้อเสนอทั้ง 5 ข้อนี้ ไม่เพียงตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ แต่ยังส่งสัญญาณถึงความพร้อมของไทยในการเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐในระยะยาว