| ฟิล์ม PCR ประสิทธิภาพสูง รักษาคุณภาพได้พร้อมปฏิบัติตามกฎระเบียบ |
/23603/6.png)
ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติกที่เข้มงวดขึ้น
กำลังผลักดันให้เจ้าของแบรนด์แสวงหาบรรจุภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค
(PCR)
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กฎหมายบรรจุภัณฑ์และของเสียบรรจุภัณฑ์แห่งสหภาพยุโรป
(PPWR) ที่กำหนดให้บรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรมต้องมี PCR
อย่างน้อย 35% ภายในปี 2030 เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ ExxonMobil ได้ร่วมมือกับ
XL Recycling ผู้ผลิตเรซิน PCR ในฝรั่งเศส
(ในเครือ Reborn Group) พัฒนาฟิล์มยืดและฟิล์มหดความหนาแน่นต่ำที่มีความบางแต่คงคุณสมบัติการใช้งาน
โดยผสมผสาน PCR เข้าไปโดยไม่ลดทอนคุณภาพและความแข็งแรงของฟิล์ม
Matthieu
Abiteboul กรรมการผู้จัดการของ Reborn Group กล่าวว่า
“เราเริ่มทำการเก็บรวบรวมฟิล์มบรรจุภัณฑ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี
2018 และเกรด PCR ของเราก็ถูกนำไปใช้แล้วในบรรจุภัณฑ์กว่า
3 พันล้านชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตจากเรซิน rLDPE และ rLLDPE ทีมงานของเราได้สั่งสมความเชี่ยวชาญในการช่วยลูกค้าผสานการใช้โพลีเอทิลีนรีไซเคิลในปริมาณสูงลงในฟิล์มได้สำเร็จ”
บริษัทเสริมว่า การทำให้ฟิล์มยืด (stretch hood) ตอบโจทย์ตามข้อกำหนดของ
PPWR จำเป็นต้องอาศัยการผสมผสานวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ
พอร์ตโฟลิโอของ XL Recycling มีผลิตภัณฑ์ rL2015PC
ซึ่งเป็นเรซิน rLLDPE ที่สามารถผสมกับเรซินประสิทธิภาพสูง
ExxonMobil Signature Polymers เพื่อสร้างฟิล์มยืดที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม
ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า ฟิล์มยืดหนา 90 ไมครอนที่มีส่วนผสม
PCR 35% (จากการผสม rL2015PC เข้ากับ Exceed
Tough+ และ Vistamaxx ซึ่งเป็นเรซินโพลิเมอร์เกรดประสิทธิภาพสูง)
สามารถให้คุณสมบัติทางกลและทางแสงใกล้เคียงกับฟิล์มที่ทำจากวัสดุบริสุทธิ์ที่ความหนาเดียวกัน
https://www.plasticstoday.com/packaging/epcr-films-maintain-performance-while-meeting-regulations