หน้าหลัก
| การเปิดใช้กรอบความตกลงการค้า ในปี 2553 |
| ในปี พ.ศ. 2553 ประเทศไทยและประเทศคู่เจรจามีการยกเลิกภาษีนำเข้าระหว่างกันในสินค้าหลายพันรายการภายใต้ข้อตกลงการเปิดตลาดสินค้าภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่สำคัญที่มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ในปีนี้ คือ อาฟตา และการเปิดตลาดสินค้าในกรอบอาฟตาไทย-เกาหลีใต้
ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟตามีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 ส่งผลให้กำแพงภาษีที่เคยเป็นอุปสรรคทางการค้า รวมไปถึงมาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศสมาชิกอาเซียนจะถูกยกเลิกทั้งหมด ทำให้การค้าขายระหว่างกันภายในอาเซียนเปิดกว้างและเสรีมากขึ้น ภายใต้ข้อตกลงอาฟตาประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ คือ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย จะต้องลดภาษีสินค้าทั้งหมดลงเหลือ 0% แต่สมาชิกอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะลดเหลือ 0% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
การบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ของข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟตาได้ส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าในกลุ่มพลาสติกภายใต้ HS Code 3916-3926 ของสมาชิกอาเซียนเดิมทั้ง 6 ประเทศ ได้รับการยกเว้นภาษี (0%)
นอกจากอาฟตาที่มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม 2553 แล้ว การเปิดตลาดสินค้าในกรอบอาฟตาไทย-เกาหลีใต้ (อาเซียน-เกาหลีใต้) ก็มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์กับประเทศไทยในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เช่นกัน ผลจากความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าจะทำให้สินค้าส่งออกสำคัญของไทยหลายรายการได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น ยางรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เส้นด้ายอะคริลิก กากน้ำตาล คอมเพรสเซอร์ ปลาแช่แข็ง รองเท้ากีฬา และแผ่นชิ้นไม้อัด เป็นต้น
ทั้งนี้ผลจากความตกลงว่าด้วยการค้าบริการยังช่วยให้ไทยสามารถดำเนินธุรกิจบริการในเกาหลีใต้ได้ในหลายสาขาที่ไทยมีความสนใจและมีศักยภาพ เช่น บริการด้านกฎหมาย อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง บริการด้านบันเทิง และภัตตาคาร
นอกจากผลประโยชน์ด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุนที่ไทยจะได้รับจากเกาหลีใต้และประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้แล้ว ไทยยังมีโอกาสพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ กว่า 19 สาขา เช่น พิธีการศุลกากร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการต่อเรือและการขนส่งทางเรือ
สำหรับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าในกลุ่มพลาสติกภายใต้ HS Code 3916-3926 ภายใต้กรอบอาเซียน-เกาหลีใต้ระหว่างไทยและเกาหลีใต้นั้นส่วนใหญ่จะได้รับการยกเว้นภาษี (0%) อย่างไรก็ตามมีบางรายการที่เป็นการทยอยลดภาษีโดยจะลดลงเหลือ 0% ในปี พ.ศ. 2555 อาทิ เครื่องครัวและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ทำจากพลาสติก
ที่ผ่านมาการเปิดตลาดสินค้าภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้แล้วทั้ง 7 ฉบับ ได้ส่งผลให้ไทยและประเทศคู่เจรจาทำการลดและยกเลิกภาษีระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าส่วนใหญ่มีอัตราภาษีอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามการที่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้เพิ่มขึ้นอีก 2 ฉบับในปีนี้ คือ อาเซียน-เกาหลีใต้ที่มีการบังคับใช้แล้ว และอาเซียน-อินเดียซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในเดือนสิงหาคมนี้ จะช่วยให้สินค้าจากไทยสามารถเข้าสู่ตลาดของประเทศคู่เจรจาได้มากขึ้น
จำนวนพิกัดสินค้าของประเทศคู่เจรจา FTA ที่มีภาษีร้อยละ 0 ในปี พ.ศ. 2553
|
FTA |
มีผลบังคับใช้ |
จำนวนพิกัดและสัดส่วน** สินค้าของคู่เจรจาที่มีภาษี 0% ในปี พ.ศ. 2553 |
จำนวนพิกัดและสัดส่วน** สินค้าของไทยที่มีภาษี 0% ในปี พ.ศ. 2553 |
|
อาฟตา* |
1 มกราคม 2553 |
8,300 รายการ |
99.9% |
8,293 รายการ |
99.8% |
|
อาเซียน-เกาหลีใต้ |
1 มกราคม 2553 |
10,797 รายการ |
92.3% |
4,910 รายการ |
89.2% |
|
อาเซียน-ญี่ปุ่น |
1 มิถุนายน 2552 |
7,234 รายการ |
90.0% |
Na |
Na |
|
ไทย-ญี่ปุ่น |
2 พฤศจิกายน 2550 |
7,234 รายการ |
79.9% |
3,465 รายการ |
62.9% |
|
อาเซียน-จีน |
21 กรกฎาคม 2548 |
6,566 รายการ |
86.3% |
5,004 รายการ |
90.9% |
|
ไทย-นิวซีแลนด์ |
2 กรกฎาคม 2548 |
6,576 รายการ |
90.9% |
4,948 รายการ |
89.9% |
|
ไทย-ออสเตรเลีย |
2 มกราคม 2548 |
6,873 รายการ |
96.1% |
5,153 รายการ |
93.6% |
|
ไทย-อินเดีย |
2 กันยายน 2547 |
82 รายการ |
100% |
82 รายการ |
100% |
|
อาเซียน-อินเดีย |
คาดว่าจะมีการลงนามในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 |
ที่มา : กรมการค้าระหว่างประเทศและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศรวบรวมข้อมูลโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย
หมายเหตุ : *บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย
** สัดส่วนสินค้าที่มีภาษี 0% ต่อพิกัดภาษีทั้งหมด
Tag:
|