หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

การเปิดใช้กรอบความตกลงการค้า ในปี 2553

ในปี พ.ศ. 2553 ประเทศไทยและประเทศคู่เจรจามีการยกเลิกภาษีนำเข้าระหว่างกันในสินค้าหลายพันรายการภายใต้ข้อตกลงการเปิดตลาดสินค้าภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่สำคัญที่มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ในปีนี้ คือ อาฟตา และการเปิดตลาดสินค้าในกรอบอาฟตาไทย-เกาหลีใต้     

ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟตามีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 ส่งผลให้กำแพงภาษีที่เคยเป็นอุปสรรคทางการค้า รวมไปถึงมาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศสมาชิกอาเซียนจะถูกยกเลิกทั้งหมด ทำให้การค้าขายระหว่างกันภายในอาเซียนเปิดกว้างและเสรีมากขึ้น  ภายใต้ข้อตกลงอาฟตาประเทศสมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ คือ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย จะต้องลดภาษีสินค้าทั้งหมดลงเหลือ 0% แต่สมาชิกอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะลดเหลือ 0% ในอีก 5 ปีข้างหน้า

การบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ของข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟตาได้ส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าในกลุ่มพลาสติกภายใต้ HS Code 3916-3926 ของสมาชิกอาเซียนเดิมทั้ง 6 ประเทศ ได้รับการยกเว้นภาษี (0%)

นอกจากอาฟตาที่มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม 2553 แล้ว การเปิดตลาดสินค้าในกรอบอาฟตาไทย-เกาหลีใต้  (อาเซียน-เกาหลีใต้) ก็มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์กับประเทศไทยในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เช่นกัน ผลจากความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าจะทำให้สินค้าส่งออกสำคัญของไทยหลายรายการได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากเกาหลีใต้ เช่น ยางรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เส้นด้ายอะคริลิก กากน้ำตาล คอมเพรสเซอร์ ปลาแช่แข็ง รองเท้ากีฬา และแผ่นชิ้นไม้อัด เป็นต้น

ทั้งนี้ผลจากความตกลงว่าด้วยการค้าบริการยังช่วยให้ไทยสามารถดำเนินธุรกิจบริการในเกาหลีใต้ได้ในหลายสาขาที่ไทยมีความสนใจและมีศักยภาพ เช่น บริการด้านกฎหมาย อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง บริการด้านบันเทิง และภัตตาคาร

นอกจากผลประโยชน์ด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุนที่ไทยจะได้รับจากเกาหลีใต้และประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้แล้ว ไทยยังมีโอกาสพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ กว่า 19 สาขา เช่น พิธีการศุลกากร วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการต่อเรือและการขนส่งทางเรือ

สำหรับอัตราภาษีนำเข้าสินค้าในกลุ่มพลาสติกภายใต้ HS Code 3916-3926 ภายใต้กรอบอาเซียน-เกาหลีใต้ระหว่างไทยและเกาหลีใต้นั้นส่วนใหญ่จะได้รับการยกเว้นภาษี (0%) อย่างไรก็ตามมีบางรายการที่เป็นการทยอยลดภาษีโดยจะลดลงเหลือ 0% ในปี พ.ศ. 2555  อาทิ เครื่องครัวและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่ทำจากพลาสติก   

ที่ผ่านมาการเปิดตลาดสินค้าภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้แล้วทั้ง 7 ฉบับ ได้ส่งผลให้ไทยและประเทศคู่เจรจาทำการลดและยกเลิกภาษีระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าส่วนใหญ่มีอัตราภาษีอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามการที่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรีที่มีผลบังคับใช้เพิ่มขึ้นอีก 2 ฉบับในปีนี้ คือ        อาเซียน-เกาหลีใต้ที่มีการบังคับใช้แล้ว และอาเซียน-อินเดียซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในเดือนสิงหาคมนี้ จะช่วยให้สินค้าจากไทยสามารถเข้าสู่ตลาดของประเทศคู่เจรจาได้มากขึ้น

จำนวนพิกัดสินค้าของประเทศคู่เจรจา FTA ที่มีภาษีร้อยละ 0 ในปี พ.ศ. 2553

FTA

มีผลบังคับใช้

จำนวนพิกัดและสัดส่วน**        สินค้าของคู่เจรจาที่มีภาษี 0%           ในปี พ.ศ. 2553

จำนวนพิกัดและสัดส่วน**     สินค้าของไทยที่มีภาษี 0%           ในปี พ.ศ. 2553

อาฟตา*

1 มกราคม 2553

8,300 รายการ

99.9%

8,293 รายการ

99.8%

อาเซียน-เกาหลีใต้

1 มกราคม 2553

10,797 รายการ

92.3%

4,910 รายการ

89.2%

อาเซียน-ญี่ปุ่น

1 มิถุนายน 2552

7,234 รายการ

90.0%

Na

Na

ไทย-ญี่ปุ่น

2 พฤศจิกายน 2550

7,234 รายการ

79.9%

3,465 รายการ

62.9%

อาเซียน-จีน

21 กรกฎาคม 2548

6,566 รายการ

86.3%

5,004 รายการ

90.9%

ไทย-นิวซีแลนด์

2 กรกฎาคม 2548

6,576 รายการ

90.9%

4,948 รายการ

89.9%

ไทย-ออสเตรเลีย

2 มกราคม 2548

6,873 รายการ

96.1%

5,153 รายการ

93.6%

ไทย-อินเดีย

2 กันยายน 2547

82 รายการ

100%

82 รายการ

100%

อาเซียน-อินเดีย

คาดว่าจะมีการลงนามในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553

ที่มา : กรมการค้าระหว่างประเทศและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศรวบรวมข้อมูลโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

หมายเหตุ : *บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย

                    ** สัดส่วนสินค้าที่มีภาษี 0% ต่อพิกัดภาษีทั้งหมด



Tag: