หน้าหลัก
| ส่อเค้าไทยหลุดขบวน AANZFTA เครื่องหนัง-รองเท้า-สิ่งทอ-ธุรกิจบริการเสียเปรียบ |
| 2008-11-07
มาตรา 190 อุปสรรคไทยตกขบวนลงนามเอฟทีเอ อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ในการประชุม ASEAN Summit ครั้งที่ 41 ซ้ำรอยอาเซียน-เกาหลี สินค้าไทยเสียโอกาสลดภาษีเป็น 0% อื้อ ทั้งเครื่องหนัง รองเท้า เครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และธุรกิจบริการอีกเพียบ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดทำความตกลงการค้า เสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) ซึ่งจัดทำเสร็จสิ้นแล้ว แต่ไทยอาจจะไม่สามารถลงนามความตกลง AANZFTA ได้ทันภายในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 41 (ASEAN Summit) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยในเดือนธันวาคมนี้
แม้กระทรวงพาณิชย์อาจนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่จะไม่สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามมาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้ทันสมัยการประชุมสภา ซึ่งมีกำหนดจะสิ้นสุดในวันที่ 28 พ.ย.นี้
"ขณะนี้ข้อบทเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแต่ตารางเวลาการลดภาษีในส่วนของอินโดนีเซีย กับออสเตรเลีย แต่คงเสร็จพร้อมลงนามทันในอาเซียนซัมมิตนี้ แต่ไทยอาจจำเป็นต้องปล่อยให้ประเทศอาเซียน 9 ประเทศลงนามไปก่อนเหมือนกับเอฟทีเออาเซียน-เกาหลี เพราะความตกลงได้ ข้อสรุปและจัดทำข้อบทความตกลงเรียบ ร้อยแล้ว แต่ในส่วนของไทยต้องดำเนินการตามกระบวนการภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งไม่ สามารถลงนามไปก่อนได้เพราะรัฐบาลเกรงว่าจะซ้ำรอยกรณีปราสาทเขาพระวิหาร"
ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงจะทำให้เสียโอกาสในการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลง ความร่วมมือภายใต้ความตกลง ขณะที่ประเทศอาเซียนอื่นก็ช่วงชิงโอกาสนี้ไป และผู้ประกอบการจะเสียโอกาสจากการให้ใช้แหล่งกำเนิดสินค้าสะสมที่มากกว่า ในกรอบเอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) และเอฟทีเอไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) เช่น กลุ่มสิ่งทอ เหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ที่มีการผลิตโดยนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาสะสมแหล่งกำเนิดสินค้า
ในกรอบการเปิดเสรีค้าบริการ ไทยจะเสียประโยชน์จากการเปิดตลาดบริการที่ผูกพันมากกว่าในทวิภาคี และในแกตต์ (ข้อตกลงทั่วไปเกี่ยวกับภาษีศุลกากรและการค้า) ส่วนภาคการลงทุนจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะยังไม่มีการลงทุนในระยะสั้น แต่จะมีผลภายหลังจากความตกลงมีผลไปแล้วอีก 5-10 ปี ซึ่งอาจจะกระทบต่อธุรกิจใหม่
ผลกระทบในกรอบการเปิดเสรีกลุ่มสินค้านั้น หากไทยไม่ลงนาม AANZFTA พร้อมสมาชิกอาเซียนชาติอื่น จะเสียประโยชน์จากการลดภาษีที่ได้มากกว่ากรอบไทย-ออสเตรเลีย
โดยในรายงานการศึกษาสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ระบุว่ากลุ่มรองเท้า ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและสิ่งทอบางราย จะได้รับประโยชน์มากกว่าเอฟทีเอทวิภาคีกับออสเตรเลีย (TAFTA) เพราะออสเตรเลียจะลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทันทีที่ความตกลงมีผลบังคับใช้, กลุ่มเคมีภัณฑ์ และชิ้นส่วนยานยนต์บางรายการจะลดภาษีเหลือ 0% ทันที และบางส่วนจะทยอยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2553 จากกรอบไทย-ออสเตรเลีย กำหนดว่าสินค้าเหล่านี้จะทยอยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2553
ขณะที่ในกรอบไทย-นิวซีแลนด์ จะมีทั้งเครื่องหนัง กระเป๋าหนัง เข็มขัด กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ เครื่องนุ่งห่ม และรองเท้า ซึ่งบางรายการจะได้รับการลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทันที แต่บางรายการจะได้รับการทยอยลดภาษีเป็น 0% ในปี 2555 ซึ่งเร็วกว่าในกรอบเอฟทีเอไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) ที่กำหนดจะลดภาษีเป็น 0% ใน ปี 2558 และจะทำให้ประเทศอาเซียนอื่นอีก 9 ประเทศที่ลงนามปลายปีนี้ สามารถใช้สิทธิประโยชน์นี้ได้เร็วกว่า
นอกจากนี้ยังเสียประโยชน์จากสาขาบริการที่ไทยเสนอผูกพันการเปิดตลาด ภายใต้กรอบนี้ เช่น บริการธุรกิจประเภทต่างๆ, ด้านสื่อสาร, บริการก่อสร้างและวิศวกรรม, บริการจัดจำหน่าย, บริการการศึกษา, บริการสิ่งแวดล้อม, บริการการเงิน, บริการท่องเที่ยวและเดินทาง, บริการนันทนาการ วัฒนธรรมและกีฬา และบริการขนส่ง เป็นต้น
หน้า 14
Tag:
|