หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

พาณิชย์เคว้งหมดตัวช่วยส่งออก _ตลาดเอฟทีเอ ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย ทรุด แถมขาดดุลการค้าจีนบาน

2008-11-27

 

พาณิชย์กุมขมับ ส่งออกปีหน้าอาการน่าห่วงเกินคาด หลังญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ประเทศที่ไทยทำเอฟทีเอด้วย ออกมาประกาศเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวชัดเจน ความหวังแต้มต่อช่วยเข็นส่งออกขยายตัวริบหรี่ ขณะที่ส่งออกไป 5 ตลาดเอฟทีเอ 9 เดือนไทยขาดดุลญี่ปุ่น-จีน รวมกว่า 430,000 ล้านบาท

นางสมจินต์ เปล่งขำ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าความคาดหวังที่ไทยจะขยายการส่งออกไปยังประเทศที่มีความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ)ในปีหน้าเพื่อชดเชยสองตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป(อียู)ที่ตลาดเริ่มชะลอตัวถือเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ เนื่องจากในทุกตลาดเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นและออสเตรเลียสองประเทศที่ไทยทำเอฟทีเอด้วยได้ออกมาประกาศเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสองประเทศอย่างแน่นอน

"ตลาดญี่ปุ่นคงมีผลอยู่แล้วเพราะวิกฤติทางการเงินครั้งนี้ทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นจะกระทบมากกว่าเพื่อน ส่วนออสเตรเลียสินค้าอันดับ 1 ที่เราส่งออกไปคือรถยนต์และชิ้นส่วนเริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน แต่สินค้าอัญมณีซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 2 ยังขยายตัวได้ดี ซึ่งตลาดออสเตรเลียคงต้องดูผลกระทบที่ชัดเจนอีก 1-2 เดือน"

ส่วนอินเดียอีกประเทศที่ไทยได้ทำเอฟทีเอด้วย ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเงินของโลกค่อนข้างน้อย แม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบบ้างแต่เชื่อว่าคงไม่มาก ดังนั้นไทยน่าจะส่งออกไปอินเดียได้เพิ่มขึ้น ขณะที่จีนได้ประกาศอัดฉีดเงินกว่า 20 ล้านล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจและรับมือกับวิกฤติทางการเงิน ประกอบกับเศรษฐกิจภายในยังแข็งแกร่งและเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ สินค้าสำคัญส่วนใหญ่ที่ไทยส่งไปจีนน่าจะยังขยายตัวแต่ในอัตราที่ชะลอตัวลง ยกเว้นสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ไทยส่งชิ้นส่วนให้กับผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปในจีนแล้วส่งออกไปสหรัฐฯ เริ่มได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวอย่างชัดเจน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ส่วนนิวซีแลนด์ถือเป็นตลาดที่เล็ก ไทยคงได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลงไม่มาก

ด้านแหล่งข่าวจากกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยถึงภาวะการส่งออกสินค้าไปยัง 5 ตลาดที่ประเทศไทยได้มีการลงนามความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)และความตกลงมีผลบังคับใช้แล้ว ประกอบด้วย จีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2551 ผลจากความตกลงแม้จะมีผลทำให้การค้าในภาพรวมระหว่างไทยกับ 5 ประเทศคู่สัญญาขยายตัวเพิ่มมากขึ้น แต่ปรากฏไทยยังเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นและจีนเพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 434,368 ล้านบาท แยกเป็นการขาดดุลให้ญี่ปุ่น 333,588 ล้านบาท และจีน 100,780 ล้านบาท ขณะที่การค้ากับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ไทยยังเป็นฝ่ายเกินดุลมูลค่า 54,760 , 343 และ 13,910 ล้านบาทตามลำดับ


ที่มา
: ฐานเศรษฐกิจ



Tag: