หน้าหลัก
| สถาบันวิจัย Milken ร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรแห่งสหรัฐฯ เพื่อกระตุ้นเทคโนโลยีทางชีวภาพเชิงอุตสาหกรรมในประเทศสหรัฐฯ |
/สถาบันวิจัย Milken ร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรแห่งสหรัฐฯ เพื่อกระตุ้นเทคโนโลยีทางชีวภาพเชิงอุตสาหกรรมในประเทศสหรัฐฯ (7904)/PIU_Plastic_2013_03_26-001.jpg) | 2013-03-26
อีก 10 ปีข้างหน้าประเทศสหรัฐอเมริกาจะสามารถใช้ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบชีวภาพแทนวัตถุดิบจากปิโตรเลียมได้ 20% ในขณะที่การขยายตลาดสำหรับวัตถุดิบหมุนเวียนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งผลที่ตามมาคือเทคโนโลยีและวิถีทางการเกษตรในสหรัฐฯจะแพร่กระจายไปสู่ประเทศอื่นๆในอีกไม่ช้า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้แก่ ภาชนะบรรจุอาหารจากวัตถุดิบชีวภาพที่ย่อยสลายได้ หมึกพิมพ์ โลชั่นบำรุงผิว รวมถึงสารประกอบทางเคมีที่หลากหลายซึ่งจำเป็นในอุตสาหกรรม แนวคิดในการกระตุ้นเทคโนโลยีทางชีวภาพในเชิงอุตสาหกรรมได้มาจากสถาบันวิจัย Milken (Milken Institute) ซึ่งร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตรแห่งสหรัฐฯ (U.S. Department of Agriculture) จากการประชุมของเหล่าผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับเงินทุนสนับสนุนนวัตกรรม ทางสถาบันขอบคุณสำหรับการพยายามแก้ไขปัญหาอันท้าทายนี้ ข้อสรุปทางการเงินจากการประชุมของตัวแทนของทั้งหน่วยงานของรัฐฯและอุตสาหกรรมยืนยันว่ามีปัจจัยสำคัญอยู่สามข้อที่มีผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพในสหรัฐฯ ได้แก่
- เงินทุนสนับสนุนโครงการ : ขอบเขตการพัฒนาสารเคมีชีวภาพในช่วง 5-10 ปีมีนัยสำคัญต่อการลงทุนในระยะยาว โดยนักลงทุนส่วนใหญ่จะเลือกลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่อันเป็นที่ยอมรับและก่อให้เกิดผลกำไร
- การประเมินความไม่แน่นอนของตลาด : เนื่องจากราคาของสารเคมีชีวภาพขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและการแข่งขันจากการก่อตั้งโรงงานปิโตรเคมีเป็นอย่างมาก
- ความไม่แน่นอนของนโยบายของรัฐฯและความซับซ้อน : การควบคุมสารเคมีชีวภาพเป็นเรื่องซับซ้อนและบางครั้งก็ดูเหมือนจะเพิ่มภาระมากกว่าอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ซึ่งมีการยกเว้นภาษีมายาวนาน นอกเหนือจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระบบการเก็บภาษีสินเชื่อแบบเก่า การซื้อแรงจูงใจและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าในตลาดของรัฐฯ
Joel Kurtzman ผู้อำนวยการบริหารส่วนกลางเพื่อการเร่งแก่ไขปัญหาด้านพลังงานของสถาบัน Milken ให้ข้อมูลว่า “ด้วยความมั่นคงทางเกษตรกรรมและกระบวนการผลิตของเรา ทำให้สหรัฐเป็นผู้นำด้านเศรษฐศาสตร์เชิงชีวภาพและเป็นการสร้างแหล่งจ้างงานที่ดี ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาแหล่งเงินทุนและนวัตกรรมของทางภาครัฐฯเพื่อความล้ำสมัยในวันข้างหน้า”
อ้างอิงจาก Omnexus http://bit.ly/106JStn
Tag: #Green Technology
|