หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

บีโอไอผนึกส่งออกเจาะตลาดเครื่องไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์

2008-12-18

 

"บีโอไอ" ผนึกกรมส่งเสริมการส่งออก ร่วมหาตลาดส่งออกเครื่องไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ รับมือส่งออกชะลอตัวปีหน้า ชูจุดเด่นผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมคุณภาพดีแย่งผู้ผลิตคุณภาพต่ำ แนะรัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่นผู้นำเข้าอิเล็กทรอนิกส์

 

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในการสัมมนาเรื่องโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยภายใต้วิกฤตโลก ว่า อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยยังอยู่รอดได้ เพราะไทยผลิตสินค้าคุณภาพ โดยบีโอไอได้หารือกับกรมส่งเสริมการส่งออก ในการร่วมรับมือกับการส่งออกปี 2552 ที่มีแนวโน้มชะลอตัว

 

"บีโอไอและกรมส่งเสริมการส่งออกจะทำงานร่วมกัน ในการโรดโชว์ต่างประเทศ ที่เป็นตลาดหลักและตลาดใหม่ ซึ่งตลาดใหม่มีหลายแห่ง โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางและประเทศแอฟริกาใต้ ที่มีแนวโน้มนำเข้าจากไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทย ซึ่งในการทำตลาดใหม่จะใช้จุดเด่นเรื่องคุณภาพเป็นจุดขาย ในการดึงตลาดจากประเทศที่ผลิตสินค้าที่คุณภาพต่ำ" ดร.อรรชกา กล่าว

 

ปัจจุบันผู้นำเข้าอิเล็กทรอนิกส์ขาดความเชื่อมั่น การส่งมอบสินค้า หลังจากปิดสนามบิน ซึ่งรัฐบาลใหม่จำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งต้องทำแผนรองรับปัญหาฉุกเฉินไปชี้แจงผู้นำเข้า และบีโอไออยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินและศึกษาแนวทางชะลอการว่างงานของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

 

ดร.ขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2551 ไทยส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 1.6 ล้านล้านบาท นำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์ 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งการนำเข้าดังกล่าวถือว่าสูงมาก โดยเอกชนมองว่าจุดนี้จะเป็นตลาดใหม่สำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทยได้ แต่ที่ผ่านมามีปัญหาที่จ้างผลิตชิ้นส่วนแบบเอาท์ซอร์ส ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะต้องมีการจ้างซับซ้อนหลายขั้นตอน ซึ่งทำให้ต้นทุนชิ้นส่วนที่ได้สูงกว่าการนำเข้า โดยถ้ากระทรวงการคลังลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายจาก 3 % เหลือ 1 % จะเป็นการสร้างตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น และช่วยลดผลกระทบจากตลาดส่งออกที่ชะลอตัวลง

 

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารยังปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการปกติ แม้จะเป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่การปล่อยสินเชื่อจะมีการสอบถามผู้ประกอบการว่าสินค้าที่ผลิตได้ จะไปจำหน่ายประเทศใดและมีเป้าหมายในการสร้างตลาดใหม่ที่ใด

เนื่องจากธนาคารมีพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศและสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ ซึ่งทำให้ในช่วงวิกฤตต้องมีการทำงานระหว่างธนาคารและผู้ประกอบการใกล้ชิดกันมากขึ้น และขอให้ผู้ส่งออกระมัดระวัง มาตรการกีดกันทางการค้าที่จะมีมากขึ้น

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ



Tag: