หน้าหลัก ส่งบทความให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้ แบ่งปันใน Facebook

อังกฤษม้าเร็วเร่งสิงคโปร์ทำทวิภาคี เปิดเกม ฟาสต์ แทร็ก เจรจา FTA อาเซียน-อียู

2009-01-19

 

การเดินทางเยือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 3 แห่ง เริ่มจากสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนามและจบทริปที่ไต้หวันในระยะเวลา 10 วัน ของ นายกาเรธ โทมัส รัฐมนตรีการค้าและการลงทุน อังกฤษ

เป็นสัญญาณของการรุกจากประเทศแถบยุโรป เพื่อกระตุ้นให้การเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอระหว่างอาเซียนกับอียูเขยิบก้าวได้เร็วกว่านี้ มีผลทันใจมากกว่านี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่โหมดชะลอตัว บางประเทศการค้า ระหว่างประเทศเข้าสู่ขั้นติดลบแล้วด้วยซ้ำ

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษที่สิงคโปร์ออกแถลงการณ์ ว่า นายโทมัสจะเริ่มต้นเยือนสิงคโปร์เป็นแห่งแรกใน 10 วันของการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ขณะที่รายงานข่าวจากเอเอฟพีในสิงคโปร์ระบุว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นการช่วยสร้างความหลากหลายของตลาด ต่างประเทศให้กับกิจการของชาวอังกฤษ เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้ได้มีแหล่งส่งออกสินค้าและบริการที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกชะงักงัน

"ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน เราต้องช่วยบริษัทอังกฤษให้มีตลาดที่ หลากหลาย เนื่องจากการส่งออกเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่งอยู่รอดได้ในขณะนี้" นายโทมัสกล่าว

อีกทั้งเขายังให้ความสำคัญกับตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยระบุว่าตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเติบโตสำหรับกิจการของชาวอังกฤษ และการเดินทางเยือนของเขาในครั้งนี้ ก็เพื่อตรวจสอบว่า รัฐบาลอังกฤษได้ทำตามที่สัญญาไว้แล้วว่า จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนสร้างโอกาสทางธุรกิจในโลก

โดยธุรกิจสาขาที่อังกฤษมีความสนใจ ได้เปิดเผยผ่านคำพูดของนายโทมัส ผ่านเอเอฟพีว่า มีโอกาสอีกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับกิจการของชาวอังกฤษ โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางรถไฟหรือบริการด้านกฎหมาย

นายโทมัสยังกล่าวถึงการเจรจาเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน-อียู ว่า อาเซียนและสหภาพยุโรปควรใช้วิธีการใหม่สำหรับการเจรจาข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี เพื่อ เร่งให้เกิดการเจรจาที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

วิธีการใหม่สำหรับการเจรจาที่ นายโทมัสกล่าวถึงนี้ คืออียูน่าจะเจรจาความตกลงกับประเทศอาเซียนแต่ละแห่งได้โดยเอกเทศ แทนที่จะต้องเจรจาพร้อมกันทั้ง 10 ประเทศในกลุ่ม และหลังจากการหารือกับ นายลิม อัง เคียน รัฐมนตรี การค้าและการลงทุนของสิงคโปร์

นายโทมัสได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า วิธีใหม่สำหรับการเจรจาน่าจะเกิดขึ้นกับการทำเอฟทีเออาเซียน-อียู โดยการทำในลักษณะทวิภาคีน่าจะได้รับการพัฒนาผ่านความตกลงระดับภูมิภาคี โดยรวม ประเทศอื่นๆ เข้ามาด้วย

"เราอาจจำเป็นต้องเริ่มต้นกระบวนการทางด่วน (fast track) เข้ามาอยู่ในขั้นตอนการเจรจา เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์จากการเจรจาผ่านความตกลงในภูมิภาคได้เร็วขึ้น และสิงคโปร์ก็เป็นแห่งหนึ่งที่มีความสามารถชัดเจนที่จะเข้ามาอยู่ในกระบวนการฟาสต์แทร็กนี้ได้" นายโทมัสกล่าว

อีกทั้งยังระบุว่า เขาเชื่อมั่นว่ายังมีประเทศในอาเซียนอีกหลายแห่งที่ต้องการขับเคลื่อนให้รวดเร็วกว่านี้

โดยเขาจะนำข้อเสนอเรื่องการทำ ข้อตกลงการค้าเสรีแบบฟาสต์แทร็กนี้ไปหารือในการประชุมของรัฐมนตรีการค้าสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีขึ้นในปลายเดือน ม.ค. นี้ ที่กรุงบรัสเซลส์

เนื่องจากขณะนี้มีความตระหนักอย่างยิ่งระหว่างอียูและประเทศในอาเซียนว่า การเจรจายังไม่ขยับเคลื่อนได้รวดเร็วอย่างที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ ขณะที่สิงคโปร์เป็นนักลงทุนหัวแถวในอังกฤษและในระหว่างการเยือนสิงคโปร์ นายโทมัสได้มีกำหนดการพบกับนักลงทุนสิงคโปร์ด้วย

เนื่องจากในระดับธุรกิจที่เข้าไปขยายกิจการในยุโรปมีตัวเลขบ่งชี้ว่า นักลงทุนชาวสิงคโปร์ 78% จากจำนวนที่เข้าไปในยุโรปมุ่งหน้าเข้าไปลงทุนในอังกฤษเป็น ส่วนใหญ่ และทำให้นายโทมัสเน้นย้ำ ตลอดการพักในสิงคโปร์ ว่า การค้าเสรีและการเปิดตลาดเป็นสิ่งจำเป็นมาก สำหรับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบัน

แม้ว่าอังกฤษจะมีความกังวลกับ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งก็คือพม่าอยู่ก็ตาม แต่นายโทมัสก็กล่าวว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงในพม่าโดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน และรัฐบาลพม่าควรปล่อย นางออง ซาน ซูจี

ทั้งนี้การส่งออกของอังกฤษมาในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2550 ทั้งหมดมูลค่า 9.2 พันล้านปอนด์ มากกว่าการส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งมีมูลค่า 5.22 พันล้านปอนด์ และอินเดีย มูลค่า 4.65 พันล้านปอนด์

หน้า 9

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ



Tag: