หน้าหลัก
| ฮิลตัน เวิลด์ไวด์หนุนคาร์บอน ออฟเซ็ต |
/ฮิลตัน เวิลด์ไวด์หนุนคาร์บอน ออฟเซ็ต (9738)/A01.jpg) | 27/01/2014
นายวิลเลียม คอสท์ลีย์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ ได้ประกาศการขยายตัวโครงการคาร์บอนออฟเซ็ต (Carbon Offset) สำหรับการจัดงานเลี้ยงและการจัดสัมมนาในโรงแรมและรีสอร์ทในเครือภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในครั้งนี้ได้เพิ่มโครงการที่ได้รับผลประโยชน์เพื่อความยั่งยืนอีก 3 แห่งใหม่ในปี 2557 โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลมุ่งเจริญไบโอแมสในประเทศไทย โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำมูสีในประเทศอินโดนีเซีย และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กซององในประเทศเวียดนาม คือ 3 โครงการที่จะถูกเพิ่มเข้าไปสมทบกับโครงการฟื้นฟูป่าในเขตร้อนที่มีฝนตกชุกของหมู่เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซียในฐานะโครงการที่ได้รับผลประโยชน์เพื่อความยั่งยืนดังกล่าว
โดยริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ตุลาคม 2555 โครงการคาร์บอนออฟเซ็ต ของฮิลตัน เวิลด์ไวด์ สำหรับการจัดงานเลี้ยงและการจัดสัมมนาในโรงแรมและรีสอร์ทในเครือภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะถูกคำนวณปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการจัดงานเลี้ยงและการจัดสัมมนาของโรงแรม โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เกิดขึ้นกับลูกค้าเลย แล้วนำไปบริจาคเป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เพื่อทดแทนผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาร์บอนเครดิตนี้จะนำไปใช้ในการลงทุนในโครงการสร้างพลังงานทดแทนต่างๆ โรงแรมต่างๆ จะใช้ระบบคำนวณค่าของโครงการไลท์สเตย์ (Light Stay) เพื่อคำนวนผลกระทบที่เกิดจากการจัดงานในแต่ละครั้ง โดยโครงการไลท์สเตย์นี้จะสนับสนุนการดำรงอยู่อย่างยั่งยืน (Living Sustainably) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักของปรัชญาการแห่งการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของฮิลตัน เวิลด์ไวด์ Travel with Purpose นั่นเอง
นายวิลเลียม กล่าวต่อว่า ในช่วง 12 เดือนแรกของโครงการคาร์บอนออฟเซ็ตของฮิลตัน เวิลด์ไวด์ สำหรับการจัดงานเลี้ยงและการจัดสัมมนาในโรงแรมและรีสอร์ทในเครือภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกเราได้ทำการออฟเซ็ตปริมาณคาร์บอนไปแล้วกว่า 7,200 ตัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นี้เหนือความคาดหมาย เมื่อเทียบกับเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้เพียง 6,000 ตัน และต้องขอชื่นชมความร่วมมือเป็นอย่างดีของทุกโรงแรมที่เข้าร่วม พนักงานและกลุ่มลูกค้าทุกคน ฮิลตัน เวิลด์ไวด์ เป็นบริษัทข้ามชาติแห่งแรกและเพียงแห่งเดียวที่ริเริ่มตัวชี้วัดที่ยั่งยืนนี้ ดำเนินการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานและเป้าหมายทางด้านความยั่งยืน โดยในปี 2555 บริษัทได้ทำการจดทะเบียนกว่า 253 ล้านเหรียญสหรัฐในการประหยัดพลังงาน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนถึง 12.8% ลดการใช้พลังงาน 12.2% ลดกากและของเสีย 24.9% และลดการใช้น้ำ 10.2% เป็นต้น
อ้างอิง Banmuang News http://bit.ly/1i21XEp
Tag: #สิ่งแวดล้อม #Green Technology #AEC #ไทย #ในประเทศ #ต่างประเทศ #บทความทั่วไป
|